ล่องแพแม่น้ำบางปะกง
ชมธรรมชาติและประวัติศาสตร์แห่งลุ่มน้ำบางปะกง ลำน้ำบางปะกงมีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี (เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี) ผ่านอำเภอบางน้ำเปรี้ยว (เรียกว่าแม่น้ำแปดริ้ว) ผ่านอำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง ระยะทาง 230กิโลเมตร การท่องเที่ยวทางเรือในลำน้ำบางปะกง เริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราเพื่อชมธรรมชาติ สองฝั่งน้ำชมบ้านเรือน ซึ่งยังคงสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย ผ่านสถานที่น่าสนใจ สัมผัสธรรมชาติและความเป็นมาแห่งสายน้ำ ชมทิวทัศน์และสถานที่สำคัญสองฝั่ง อาทิ อาคารไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดฉะเชิงเทรา ตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ แนวกำแพงเมืองโบราณ อาคารศาลากลางหลังเก่า กลุ่มเรือนแพสมัยเก่า วัดสำคัญทางประวัติศาสตร์เช่น วัดวาอารามต่างๆเช่น วัดเมือง วัดสัมปทวน วัดแหลมใต้ วัดสายชล วัดเซ็นต์ปอล ไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์บางคล้า เพื่อชมค้างคาวแม่ไก่ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ผ่านย่านเศรษฐกิจเก่าแก่เรือนแพและตลาดน้ำในอดีตของเมืองแปดริ้ว และชมความยิ่งใหญ่ของเขื่อนทดน้ำบางปะกง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท บางปะกง ชาร์เตอร์ เซอร์วิส จำกัด โทร. 0 3851 4333, 08 9668 1726, 08 9666 4266 เว็บไซต์ www.bkkcruise.com (คนละ 100 บาท ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือเช่าเหมาลำ) หรือ สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท่าน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่ท่าน้ำหน้าตลาดในตัวเมือง มีทั้งเรือหางยาวจุคนได้ 8-10 คน เรือสำราญจุคนได้ 40 คน อัตราค่าเช่าเรือตามแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและ
ล่องเรือชมโลมาปากอ่าวบางปะกง
บริเวณตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง ปลาโลมาจากอ่าวไทยจะตามแหล่งอาหารเข้ามาหากิน เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี บริเวณนี้จะมีปลาดุกทะเลซึ่งเป็นอาหารโปรดของปลาโลมาเป็นจำนวนมาก ปลาโลมาจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 6080 ตัว พร้อมทั้งเข้ามาผสมพันธุ์ และกระโดดขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำพร้อมๆ กัน ครั้งละประมาณ 3-4 ตัว พันธุ์ที่พบมากคือ ปลาโลมาอิรวดี (หัวบาตรหลังมีครีบ) โลมาหลังโหนก (โลมาปากขวดหรือปลาโลมาเผือก) ที่มีความสวยงาม
นอกจากนี้ในเส้นทางล่องเรือยังสามารถแวะขึ้นเกาะนก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลน แหล่งอาศัยของสัตว์และนกนานาชนิด อาทิ นกกาน้ำ นกแสก นกกระยาง นกนางนวล นกกระเต็น ค้างคาวแม่ไก่และลิงแสม เป็นต้น มีสะพานทางเดินศีกษาธรรมชาติและหอดูนก นอกจากนี้ระหว่างทางล่องเรือยังได้ชมวิถีชีวิตชาวประมง แหล่งเลี้ยงปลากะพงอีกด้วย
จุดลงเรือชมปลาโลมามี 2 แห่งคือ ท่าเรือหมู่ 1 ศาลเจ้าแม่ทับทิม โทร. 0 3857 3434 (ใช้เวลาล่องเรือ 2 ชั่วโมง คนละ 100 บาท หากต้องการเหมาลำราคาประมาณ 1,000 บาท) และท่าเรือหมู่ 8 บ้านคลองตำหรุ สอบถามข้อมูลได้ที่เทศบาลตำบลท่าข้าม โทร. 0 3857 3411-2 และ 0 3882 84089 (ใช้เวลาล่องเรือ 2 ชั่วโมง คนละ 100 บาท เหมาลำราคาประมาณ 500-2,000 บาท) ควรไปชมช่วงเช้าก่อนเที่ยงหรือช่วงเย็น หรือติดต่อ โลมา รีสอร์ท โทร. 0 3857 4318, 08 1313 3870, 08 1762 9611 (มีเรือขนาด 20-80 ที่นั่ง คนละ 150 บาท )
การเดินทาง
1.ใช้เส้นทางถนนบางนา ตราด ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง เลยโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้วกลับรถ (ระหว่างกิโลเมตรที่ 50 53) จะเห็นป้ายบอกทางไปชมปลาโลมาเป็นระยะ
2. เส้นทางถนนสุวินทวงศ์ จากกรุงเทพ ฯ มาจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนเข้าตัวเมืองเลี้ยวขวาตามถนนฉะเชิงเทรา
บางปะกง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางที่ 1 ที่สะพานคลองอ้อม
(ควรสอบถามกับท่าเรือที่ติดต่อก่อนเดินทาง)
การท่องเที่ยวทางน้ำตามเส้นทางเส้นนี้จัดป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาล เพราะหัวใจสำคัญของเส้นทาง คือ การนั่งเรือไปชมปลาโลมา บริเวณปากอ่าวบางปะกง ซึ่งจะมาปรากฏตัวเห็นเฉพาะ เดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ เท่านั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว โลมาหลายสิบตัวจะมาดำผุดดำว่าย อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ยลกันอย่างเต็มตา โลมานั้นเป็นสัตว์ทะเลที่หลายคนรู้จัก แต่มีคนไม่มากนักที่เคยเห็นตัวจริงโดยเฉพาะในสภาพที่พวกมันมีชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติ ในช่วงเวลาดังกล่าวของปีจึงมีนักท่องเที่ยวมากมายเดนทางมาล่องเรือที่นี่เพื่อจะได้มีโอกาสเห็น
โลมาด้วยตาตัวเองสักครั้งซึ่งนับเป็นประสบการณ์พิเศษที่น่าจดจำ
สิ่งที่น่าสนใจในเส้นทาง
1. เกาะนก เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำบางปะกง บริเวณปากอ่าว บนเกาะนี้เต็มไปด้วยป่าชายเลน เพราะเป็นหนึ่งในโครงการปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติบนเกาะเป็นที่อยู่ของนกมากมายหลายชนิด เช่น นกกาน้ำ นกกระยาง นกนางนวล เป็นต้น จึงเป็นแหล่งดูนกน่าสนใจแหล่งหนึ่ง บนเกาะไม่มีบนดินให้เดินขึ้น แต่มีสะพานไม้เดินเข้าไปเส้นทางเป็นวงกลมไม่ใหญ่นัก คาดว่าในอนาคตจะมีการปรับปรุงเส้นทางให้แข็งแรงและเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวยิ่งขึ้น
2. กระชังเลี้ยงปลากะพงขาว บริเวณปากอ่าวบางปะกงเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวที่ใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศในช่วงเช้าถึงสายๆ ของทุกวัน เจ้าของกระชังปลาเหล่านี้จะนำปลาขึ้นมาขายที่ท่าเรือเทศบาลตำบลท่าข้าม ใครอยากได้ปลากระพงขาวสดๆ ติดมือไปทำกินที่บ้านก็๋ซื้อได้ในราคาขายส่ง
3. โลมา เมื่อเรือวิ่งถึงบริเวณปากอ่าว คนขับเรือจะเบาเครื่อง ปล่อยให้เรือลอยลำอยู่นิ่งๆ เพราะเสียงเครื่องเรือจะทำให้โลมาตกใจ ไม่นานพวกโลมาก็จะโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ บางตัวกระโดดอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชม มีทั้งฝูงเล็กฝูงใหญ่ว่ากันว่าช่วงฤดูกาลนี้มีโลมาเข้ามาว่ายเวียนอยู่ในปากอ่าวบางปะกงถึงกว่า 50 ตัว ส่วนใหญ่เป็นพันธุหัวบาตร คือ หัวกลมมน ไม่มีจะงอยปาก พวกมันอยู่ได้ทั้งในทะเล น้ำกร่อย จนถึงน้ำจืด สาเหตุที่พวกมันว่ายเข้ามาในบริเวณปากอ่าวในช่วงเวลาดังกล่าวก้เพราะมีแหล่งอาหารโปรดคือ ปลาดุกทะเลชุกชุมในช่วงนี้
จุดลงเรือ มีท่าเรือสองแห่งคือ ท่าเทียบเรือเทสบาลตำบลท่าข้าม อยู่ที่บ้านหัวแหลม หมู่1 ตำบลท่าข้าม กับท่าเรือบ้านคลองตำหรู เรือที่มาให้บริการเป็นเรือประมงขนาดเล็กที่นำมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยว แต่ละลำนั่งได้ 20 คน ติดต่อที่ชมรมอนุรักษ์ท่าข้าม โทร 0 3882 8408-9 , 0 3857 3411- 2
|