ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ทั่วไทย Tour ThailandTour-thai.Net ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก ทั่วไทย ขอร่วมใจทำดีเพื่อในหลวงสถานที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ทั่วไทย
TOUR-THAI.NET : แหล่งรวม สถานที่ทองเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ทั่วไทย Travel Thailand Hotel Resort Tour Guide  
 
    English Version
   
   
Tour-Thai.Net
 
       ไฮไลท์
       ภาพเด็ด วิวสวย
       แหล่งท่องเที่ยว
       โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก
       ร้านอาหารอร่อย
       ท่องราตรี Night Life
 
โรงแรม ที่พัก ทั่วไทย
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคเหนือ
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคกลาง
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคใต้
     โรงแรม ภาคตะวันออก
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคอีสาน
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย 76 จังหวัด
ภาคตะวันออก
   ระยอง /แม่พิมพ์/เสม็ด/แม่รำพึง
 ชลบุรี
/
 จันทบุรี /เขาสอยดาว
 ตราด /เกาะช้าง/เกาะกูด
ภาคเหนือ
  เชียงใหม่ /ดอยสุเทพ
เชียงราย /ดอยตุง
กำแพงเพชร
ตาก/ทีลอซู
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก

เพชรบูรณ์ /เขาค้อ
แพร่
แม่ฮ่องสอน /ปาย/ปางอุ๋ง
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี

ภาคกลาง
  กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี /ล่องแพ
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม

นนทบุรี
ปทุมธานี

ประจวบคีรีขันธ์ /หัวหิน
ปราจีนบุรี
อยุธยา /วัดเมืองเก่า
เพชรบุรี/ชะอำ
ราชบุรี /
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม/อัมพวา
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี /ทุ่งดอกทานตะวัน
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อ่างทอง
ภาคใต้
  ภูเก็ต
กระบี่ /พีพี/ลันตา
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา

พัทลุง/สิมิลัน
ยะลา
ระนอง
สงขลา /หาดใหญ่
สตูล /ตะรุเตา
สุราษฎร์ธานี
/เกาะสมุย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  กาฬสินธุ์
ขอนแก่น

ชัยภูมิ /ทุ่งดอกกระเจียว
นครพนม
นครราชสีมา /เขาใหญ่
บุรีรัมย์

มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย  /ภูกระดึง
ศรีสะเกษ

สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี

 



 

 

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย tourism thailand

ท่องเที่ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา : ข้อมูล ท่องเที่ยว ฉะเชิงเทรา
Chachoengsao Thailand : Travel Guide


แนะนำ โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร จ.ฉะเชิงเทรา

สนใจลงโฆษณา โรงแรม
ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร
บริษัททัวร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา คลิ๊ก
สนใจลงโฆษณา โรงแรม
ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร
บริษัททัวร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา คลิ๊ก
สนใจลงโฆษณา โรงแรม
ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร
บริษัททัวร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา คลิ๊ก

 

 

 

 

 

      ท่องเที่ยว ฉะเชิงเทรา สถานที่ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง ในบริเวณพื้นที่ชายทะเลที่เป็นป่าชายเลน มีทางเดินเชื่อมจากบริเวณวัดที่ชายฝั่งไปยังพระธาตุคงคามหาเจดีย์ปรีชาประภากร ปราชญ์ ศรนิล อนุสรณ์  และอุโบสถซึ่งอยู่ในทะเล เจดีย์มี 5 ชั้นมีภาพวาดเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ไทย และประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ ส่วนชั้นบนสุดเป็นเจดีย์สีทองอร่ามบรรจุพระอรหันต์ธาตุ สามารถมองเห็นทัศนียภาพท้องทะเลและแผ่นดินในมุมสูงได้สวยงาม  

การเดินทาง 
     จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ แยกเข้าถนนสุขุมวิทสายเก่า ไปจนถึง กม.ที่ 62 - 63 จะมีทางแยกขวาผ่านนาเกลือและบ่อกุ้งไปตามทางดินประมาณ 400 เมตร    หรือเดินทางตามถนนบางนาตราด หรือทางด่วนบูรพาวิถี และแยกขวาเข้าบางบ่อ ไปบรรจบกับสุขุมวิทสายเก่าแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังวัดก็ได้
      หากเดินทางมาจากฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา– บางปะกง ประมาณ 26 กิโลเมตร ลอดใต้สะพานลอยถนนบางนา – ตราด มาบรรจบกับถนนสุขุมวิทสายเก่า แยกขวาไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดหงษ์ทองอยู่ทางซ้ายมือ

ชื่อวัดหงษ์ทองอยู่ในอำเภอบางปะกงรอยเขตติดต่อระหว่างคลองด่านและตำบลสองคลองค่ะมีโบสถ์อยู่ในทะเล
มีสถานที่ให้นั่งพักผ่อนดูอาทิตย์ตก มีสำนักชีพราหมณ์ด้วย
สถานที่เงียบสงบน่าปฏิบัติธรรม ในเจดีย์ที่อยู่กลางน้ำมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่สามารถขึ้น
ไปกราบไหว้ได้ด้ารบนวิวสวยสุดๆค่ะ เจ้าอาวาสก็ใจดีชื่อพระครูปรีชาประภากร
ว่างๆก็มาเที่ยวกันนะคะ    by devil za z

วัดหงษ์ทอง ฉะเชิงเทรา    
 




วัดหงษ์ทอง ฉะเชิงเทรา
วัดหงษ์ทอง ฉะเชิงเทรา
วัดหงษ์ทอง ฉะเชิงเทรา

เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com
วัดโสธรวรารามวรวิหาร อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า "วัดหงส์" สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ชาวเมืองเคารพนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่า เป็นพระพุทธรูปปาฏิหาริย์ลอยทวนน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรม และคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า และสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการตามปกติ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการตกแต่งยังไม่แล้วเสร็จ เปิดให้นมัสการวันธรรมดา เวลา 07.00- 16.15 น. วันหยุดเวลา 07.00 - 17.00 น. บริเวณวัดโสธรฯมีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนั้นบริเวณท่าน้ำของวัดมีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมืองและวัดโสธรฯ และเรือบริการท่องเที่ยวลำน้ำบางปะกง

เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com

เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ (มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรม) ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา ถนนศุภกิจ เป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ 1 เมตรเศษ หนัก 40 กิโลกรัม ทำจากเซรามิก เมื่อปี 2540 มีคนพบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเดินทางไปสักการะเป็นประจำ

 





เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com
ัป้อมเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ตามกำแพงเมือง    


ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา


แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : วัดโสธรวรารามวรวิหาร
อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า "วัดหงส์" สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพุทธโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ชาวเมืองเคารพนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่า เป็นพระพุทธรูปปาฏิหาริย์ลอยทวนน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรม และคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่า และสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการตามปกติ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการตกแต่งยังไม่แล้วเสร็จ เปิดให้นมัสการวันธรรมดา เวลา 07.00- 16.15 น. วันหยุดเวลา 07.00 - 17.00 น. บริเวณวัดโสธรฯมีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนั้นบริเวณท่าน้ำของวัดมีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมืองและวัดโสธรฯ และเรือบริการท่องเที่ยวลำน้ำบางปะกง

แนะนำ ที่ท่องเที่ยว : อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร) ตั้งอยู่ถนนศรีโสธร ตรงข้ามค่ายทหารศรีโสธร พระยาศรีสุนทรโวหาร(น้อย อาจารยางกูร)เป็นชาวแปดริ้ว เป็นนักปราชญ์ภาษาไทยคู่พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านแต่งแบบเรียนภาษาไทยหลายชุด นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับเยาวชนไทยในยุคนั้น

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว : ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ตามกำแพงเมือง

แนะนำ สถานที่เที่ยว : ศาลหลักเมือง
เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ถนนหน้าเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยหลังคาทรงจตุรมุข ส่วนบนเป็นยอดปรางค์ ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่าสร้างเมื่อพ.ศ.2377 อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบันสร้างเมื่อ พ.ศ.2438 นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ในบริเวณเดียวกัน เปิดให้เข้าชมเวลา 07.00 - 16.00 น.

แนะนำ ที่เที่ยว :
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด บนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ เป็นสวนสาธารณะที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน มีทางเดินโดยรอบสระและต้นไม้ขึ้นร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : วัดเมือง
(วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์) อยู่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2377 พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์" แปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง

แนะนำ ที่ท่องเที่ยว : วัดจีนประชาสโมสร
(วัดเล่งฮกยี่) ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้านใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2449 สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ รูปปั้นขนาดใหญ่ของจตุโลกบาล และเทวรูปจีนอ้วยโห้ซึ่งแต่งกายชุดนักรบ นอกจากนี้มีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม วิหารว่องอ้วนตี่ วิหารตี่ซังอ๋อง และสระนทีสวรรค์ เป็นต้น

แนะนำ ที่เที่ยว : วัดอุภัยภาติการาม
(วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "เจ้าพ่อซำปอกง" ในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร(ฝั่งธนบุรี) จังหวัดกรุงเทพฯ วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ
(มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรม) ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา ถนนศุภกิจ เป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ 1 เมตรเศษ หนัก 40 กิโลกรัม ทำจากเซรามิก เมื่อปี 2540 มีคนพบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเดินทางไปสักการะเป็นประจำ

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : วัดพยัคฆอินทาราม
(วัดเจดีย์) ตั้งอยู่ตำบลบ้านใหม่ จากหลักฐานแผ่นเงินที่พบบริเวณรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์องค์ใหญ่ทราบว่าสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายเสือหรือพระเกรียงไกรกระบวนยุทธปลัดเมืองฉะเชิงเทรากับภรรยาชื่ออินเมื่อปีพ.ศ.2416 ส่วนวัดนั้นสร้างเสร็จภายหลังในราวปีพ.ศ.2424 นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ เจดีย์องค์ใหญ่ 1 องค์ เจดีย์องค์เล็ก 2 องค์ วิหารพระพุทธบาท สุสานเก่า อุโบสถ และหอระฆัง

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว : วัดสัมปทวน
เดิมชื่อวัด " สามพระทวน" ตั้งอยู่ถนนศุภกิจ เป็นวัดเก่าแก่ มีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อพุทธโสธร สิ่งที่น่าชมคือ พระอุโบสถที่มีลายปูนปั้นอยู่ด้านบนระเบียงโบสถ์ แสดงภาพพระเวสสันดรชาดก อีกด้านหนึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตชาวแปดริ้วในอดีต การท่องเที่ยวทางเรือตามลำน้ำบางปะกง ลำน้ำบางปะกงมีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี (เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี) ผ่านอำเภอบางน้ำเปรี้ยว (เรียกว่าแม่น้ำแปดริ้ว) ผ่านอำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง ระยะทาง 230 กิโลเมตร การท่องเที่ยวทางเรือในลำน้ำบางปะกง เริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราเพื่อชมธรรมชาติ สองฝั่งน้ำชมบ้านเรือน ซึ่งยังคงสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย ผ่านสถานที่น่าสนใจ เช่น อาคารตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ศิริวัฒน์ ป้อมและกำแพงเมืองโบราณ อาคารศาลากลางหลังเก่า กลุ่มเรือนแพสมัยเก่า วัดวาอาราม ทั้งวัดไทย จีน ฝรั่ง เช่น วัดเมือง วัดสัมปทวน วัดแหลมใต้ วัดสายชล วัดเซ็นต์ปอล ไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์บางคล้า เพื่อชมค้างคาวแม่ไก่ ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท่าน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่ท่าน้ำหน้าตลาดในตัวเมือง มีทั้งเรือหางยาวจุคนได้ 8-10 คน เรือสำราญจุคนได้ 40 คน อัตราค่าเช่าเรือตามแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทาง

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : วัดโพธิ์บางคล้า อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 เข้าตัวอำเภอบางคล้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ผ่านศาลเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร ที่วัดโพธิ์บางคล้ายังมีค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวที่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ ขนสีน้ำตาลแกมแดง ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน หากล่องเรือชมทัศนียภาพตามลำน้ำบางปะกงจะผ่านวัดนี้นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นชมวัดได้จากท่าน้ำของวัด

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว : วัดแจ้ง
ตั้งอยู่บริเวณตลาดบางคล้า มีพระอุโบสถที่งดงาม เป็นศิลปแบบไทยผสมจีน มีรูปปั้นยักษ์ข้างโบสถ์ ไม่ปรากฎว่าสร้างในปีใด ชาวบ้านเล่าต่อๆกันมาว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยกทัพไปตีเขมร พระองค์เดินทัพมาจนสว่างที่บริเวณนี้ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้และขนานนามว่า " วัดแจ้ง "

แนะนำ ที่เที่ยว : อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ (คลองท่าลาด) ตำบลปากน้ำ หลังจากที่พระเจ้าตากสินตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาได้เดินทัพผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรีและปะทะกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์รบชนะพม่าซึ่งมีกำลังเหนือกว่าและได้พักทัพบริเวณนี้ พระองค์จึงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการสู้รบกับพม่า แต่บริเวณดังกล่าวถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพระเจดีย์พังทลายเมื่อประมาณพ.ศ.2491 ต่อมามีการสร้างพระสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นใหม่บริเวณเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสักการะอนุสรณ์หรือนั่งพักผ่อนชมภูมิทัศน์ริมแม่น้ำซึ่งจะสามารถมองเห็นเกาะลัดอยู่ฝั่งตรงข้าม

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้รับชัยชนะในการสู้รบกับพม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้ ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้น สถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์คราวสู้รบกับพม่าในบริเวณนี้ ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปีพ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531

แนะนำ ที่ท่องเที่ยว : สวนมะม่วง
ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะม่วงมากที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 86,000 ไร่ อำเภอที่ปลูกมากที่สุดคือ อำเภอบางคล้าและอำเภอแปลงยาว มะม่วงที่นิยมปลูกได้แก่ แรด เขียวเสวยน้ำดอกไม้ เจ้าคุณทิพย์ และทองดำ เป็นต้น มะม่วงจะเริ่มออกในเดือนมีนาคม ทางจังหวัดได้จัดงานมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้วเป็นประจำทุกปี สำหรับผู้ที่สนใจจะเที่ยวชมสวนมะม่วง ติดต่อคุณมานพ แก้ววงษ์นุกูล ประธานชมรมสวนมะม่วงฉะเชิงเทราหรือที่สำนักเกษตรอำเภอบางคล้าโทร. 0 3854 1003

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว : สวนปาล์ม ฟาร์มนก
ตั้งอยู่เลขที่ 25 หมู่ 6 ตำบลบางตลาด ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราประมาณ 7 กิโลเมตร (ทางไปอำเภอบางคล้า) ผ่านเขื่อนทดน้ำบางปะกง สวนแห่งนี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และจำหน่ายนกแก้วมาคอร์ (พันธุ์บลูแอนด์โกลด์, สกาเล็ต, กรีนวิง, ไฮยาชิน) นกกระตั้ว สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ (พันธุ์โอลด์อิงลิช มาสตีฟ, เฟรนช์ มาสตีฟ, นีโปรสีแตน มาสตีฟ) และต้นปาล์มกว่า 10 สายพันธุ์ เช่น ตาลฟ้า มูลิโอ วิคตอเรีย โคราช ฟ็อกซเทล ริเวอร์ เพชรบุรี อินทผลัม เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในสวน หากเข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 1218 8223

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน
ริมทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 51-52 อยู่ห่างจากอำเภอพนมสารคาม 17 กิโลเมตร มีเนื้อที่รวม 1,929 ไร่ เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆและเอกชน มีการแบ่งพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่าง ๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร มีแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิด อาทิ พันธุ์หวายที่มีในประเทศไทย อโวคาโด มะม่วงทุกพันธุ์ทั้งของประเทศไทย และต่างประเทศ โดยจัดตั้งเป็น "สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก" เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรต่างๆ ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่าง ๆ มีห้องอบสมุนไพรซึ่งเปิดบริการทุกวันพุธ-พฤหัสบดีและเสาร์-อาทิตย์ ค่าบริการ 20 บาท ผู้ที่สนใจจะเข้าชมศูนย์เป็นหมู่คณะ ต้องการเจ้าหน้าที่นำชม ทำหนังสือติดต่อล่วงหน้า นอกจากนั้นศูนย์ฯยังมีบริการที่พัก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนในเวลาราชการ 08.00-17.00 น. โทร. 0 3859 9105-6

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : เขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 53 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น "สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ" เป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประดิษฐานพระบวรราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 ด้านหลังของศาลนี้เป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน

แนะนำ ที่ท่องเที่ยว : ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้าน หรือ เรือนศานติธรรม
ใช้ทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม-สนามชัยเขต) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 (สนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ)ประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในอาณาบริเวณเกือบ 13 ไร่ มีพันธุ์ไม้กว่า 700-800 ชนิด เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ภายในมีเรือนไม้แบบไทยมุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนสูงสำหรับประชุมหรือบรรยาย ชั้นบนใช้เก็บและแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านวัตถุโบราณ ของใช้รุ่นเก่าต่างๆ ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว สีข้าว บริเวณบ้านส่วนหนึ่งจัดไว้เป็นที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน มีลานสันทนาการ และบริเวณทำกิจกรรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร 0 3859 7441, 0 3859 7715

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : วัดพระธาตุวาโย
ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลลาดกระทิง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3259 (สายสนามชัยเขต - ท่าตะเกียบ)ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร หน้าวัดจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆัง ประดับด้วยกระจกสีเหลือง น้ำเงิน ขาว งดงามแปลกตา ด้านในเจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมาก และภาพเขียนสีน้ำมันเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ มีบันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก สภาพโดยรอบคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่รอยต่อ 5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และปราจีนบุรี เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองโตนดจังหวัดจันทบุรีและแม่น้ำประแสในจังหวัดระยอง สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-150 เมตร ประกอบด้วยพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง มีสัตว์ป่านานาชนิดและนกพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่ นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไนหรือน้ำตกบ่อทอง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม จากอำเภอพนมสารคามใช้เส้นทางหมายเลข 3245(พนมสารคาม-สนามชัยเขต) จากนั้นไปตามเส้นทางหมายเลข 3259 ผ่านอำเภอท่าตะเกียบสู่บ้านหนองคอก ระยะทาง 50 กิโลเมตร ต่อด้วยเส้นทางสู่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้วอีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควรปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน เรียนผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2561 4292 ต่อ 708

แนะนำ ที่ท่องเที่ยว : ล่องเรือรอบเกาะลัด ที่อำเภอบางคล้า มีบริการล่องเรือรอบเกาะลัด ชมวิถีชีวิตริมน้ำ บ้านเรือนที่ปลูกสร้างอย่างสวยงามบนเกาะลัด ผ่านพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะแวะสักการะก็ได้ ผ่านวัดโพธิ์บางคล้า ซึ่งมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากมายอยู่บนต้นไม้ในบริเวณวัด นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเช่าเรือได้ที่สวนอาหารแม่น้ำ ตั้งอยู่หน้าอำเภอบางคล้า โทร. 0 3854 1909 ค่าโดยสารคนละ 60 บาท เรือออกเวลา 17.00 น. ( เสาร์ - อาทิตย์มีรอบ 12.00 น. )

แนะนำ แหล่งท่องเที่ยว : ล่องเรือชมปลาโลมา
บริเวณตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง ปลาโลมาจากอ่าวไทยจะตามแหล่งอาหารเข้ามาหากิน เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ของทุกปี บริเวณนี้จะมีปลาดุกทะเลซึ่งเป็นอาหารโปรดของปลาโลมาเป็นจำนวนมาก ปลาโลมาจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 40 - 50 ตัว และกระโดดขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำพร้อมๆกัน ครั้งละประมาณ 3 - 4 ตัว พันธุ์ที่พบมากคือ พันธุ์หัวบาตร(สีเทา) และยังพบพันธุ์ปากขวด ( สีเทาและสีชมพู ) บ้าง นอกจากนี้ในเส้นทางล่องเรือยังผ่านป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และนกนานาชนิด อาทิ นกกาน้ำ นกแสก นกกระยาง นกนางนวล นกกระเต็น ค้างคาวแม่ไก่และลิงแสม เป็นต้น จุดลงเรือมี 2 แห่งคือ ท่าเรือหมู่ 1 ศาลเจ้าแม่ทับทิม โทร. 0 3857 3434 และท่าเรือหมู่ 8 บ้านคลองตำหรุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เทศบาลตำบลท่าข้าม โทร. 0 3857 3411-2 และ 0 3882 8408-9 ( ล่องเรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารประมาณ 500 บาท )

 

 

 
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
 

 

 
Google
 
ทัวร์-ไทย ดอท เน็ต
www.tour-thai.net เว็บเดียว เที่ยวทั่วไทย
 
 ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นอย่างสูงที่สนับสนุนข้อมูลท่องเที่ยว ; ©  tour-thai.net All right reserved.