แหล่งท่องเที่ยว กาญจนบุรี
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอเมือง
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง ๖,๙๘๒ หลุม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๕๑ ๑๕๐๐
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๘๐ บาท เด็ก (อายุต่ำกว่า ๘-๑๔ ปี) ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๔๕๑ ๒๗๒๑, ๐ ๓๔๕๑ ๐๐๖๗ หรือ HYPERLINK "http://www.tbronline.com" www.tbrconline.com หรือ E-mail: HYPERLINK "mailto:admin@tbrconline.com" admin@tbrconline.com
ประตูเมือง ตั้งอยู่กลางเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๗๔ ซึ่งพระองค์ได้ทรงย้ายมาจากเมืองกาญจนบุรีเก่า ตำบลลาดหญ้า มาอยู่ในที่ปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ ๓๐๐ เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียนและบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๕๑ ๑๒๖๓
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ประมาณ ๔ กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ ๔๐๐ เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ ๖๑,๗๐๐ คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีบริการรถราง fairmong ทุกวัน วันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๐.๐๐ น., ๑๑.๓๐-๑๔.๐๐ น., ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๐๘.๐๐-๑๐.๐๐ น., ๑๑.๓๐-๑๔.๐๐ น. ค่าโดยสารคนละ ๒๐ บาท สอบถามรายละเอียดที่ สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทร. ๐ ๓๔๕๑ ๑๒๘๕
ทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย ๓๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง ๑ ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๕ ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ ๗๗ กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. ๑๖๙๐ หรือ ๐ ๒๖๒๑ ๘๗๐๑-๙ หรือ www.railway.co.th
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๑๘.๓๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๔๐ บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อโทร. ๐ ๓๔๕๑ ๒๕๙๖
วัดถ้ำมังกรทอง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗ กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี ๒๔๔๗ เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ มีบันไดทั้งหมด ๙๕ ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ ที่เรียกกันว่า แม่ชีลอยน้ำ โดยเสียค่าเข้าชม(ทำบุญ) ๑๐ บาทต่อคน มีผู้สนใจมาชมการแสดงลอยตัวในน้ำเป็นประจำ
การเดินทาง จากถนนแสงชูโตใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทอง
ต้นจามจุรียักษ์ อยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ ๕ ตำบลเกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ ๓ กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๑ (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ขนาด ๑๐ คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย ๒๕.๘๗ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ ๕๑.๗๕ เมตร ความสูงเรือนยอด ๒๐ เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ ๑ ไร่ ๒ งาน ๔ วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก
ถ้ำมะเดื่อ อยู่ในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๔๐ กิโลเมตร การเดินทาง จากป้อมตำรวจบ้านเก่า ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๔๕ ประมาณ ๘ กิโลเมตรถึงค่ายไทรโยค เข้าไปในค่ายไทรโยคประมาณ ๓ กิโลเมตร หากต้องการเข้าชมถ้ำควรติดต่อกับทางวัด ซึ่งทางวัดได้ติดตั้งไฟไว้เพื่อให้เห็นสภาพภายในถ้ำ ที่มีเนื้อที่กว้างขวางมีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไป ใช้เวลาชมประมาณ ๑ ชั่วโมง
สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย บริเวณท่าน้ำเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางแม่น้ำแควน้อยประมาณ ๒ กิโลเมตร สามารถเดินทางไปโดยขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรที่ท่าน้ำหน้าเมือง สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ บริเวณสุสานสงบและสวยงาม มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรัก บรรจุศพทหารเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ประมาณ ๑,๗๔๐ หลุม
วัดถ้ำเขาปูน ตั้งอยู่เลยสุสานช่องไก่ไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๖ กิโลเมตรบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีถ้ำขนาดกลางอยู่ในบริเวณวัด ซี่งภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ด้านหลังวัดติดริมน้ำ มีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อยู่บนยอดเขา
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์(สวนหิน) ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี มีเนื้อที่ ๖๐๐ ไร่ ประชาชนทั่วไปเรียกว่า สวนหินหรืออุทยานหิน บริเวณโดยรอบมีหินงอกขนาดเล็กใหญ่ลักษณะต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากอย่างมีระเบียบและยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ อีกด้วย
การเดินทาง สามารถเดินทางจากถนนแสงชูโต ข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร ไปอีกประมาณ ๙ กิโลเมตร โดยผ่านสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ วัดถ้ำเขาปูนไปไม่ไกลนักจะพบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ตำบลหนองหญ้า วัดนี้เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ สวยงาม ลักษณะภูมิประเทศโอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงาม มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นประธาน และถ้ำนี้ยังใช้เป็นพระอุโบสถเพื่อใช้ในพิธีอุปสมบทอีกด้วย การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๗
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๒๐ กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ กิโลเมตรที่ ๑๖๑๗ จะมีทางแยกเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้ายมาจากทุ่งสีกัน บนพื้นที่ ๓๘ ไร่ ปัจจุบันมีสุนัขมากที่สุด นอกนั้นจะเป็นแมว โค กระบือ แพะและแกะ เหมาะสำหรับผู้ที่รักสัตว์และสามารถมาขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๕๓ ๒๑๑๒, ๐๘ ๑๙๑๔ ๓๔๔๔
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๒๙ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๕ ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางวัดท่าโป๊ะประมาณ ๑ กิโลเมตร เป็นสถานที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๖๕ ๔๐๕๘
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา ชั้นบนมีห้องประวัติศาสตร์และห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุต่างๆ ด้านข้างอาคารศูนย์ฯมีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมฯเปิดให้ชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี โทร. ๐ ๓๔๖๓ ๓๒๒๗-๘ ต่อ ๖๕๐ โทรสาร ๐ ๓๔๖๓ ๓๒๒๔ วัดถ้ำพุทธาวาส (ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน) เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีตำนานเล่าว่า ขุนแผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค(ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ตรงกิโลเมตรที่ ๗-๘ เยื้องมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี แยกซ้ายเข้าไปอีก ๑ กิโลเมตร มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก ๑ กิโลเมตร
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ และเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๒-๓ บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณพ.ศ. ๒๐๙๑-๒๓๒๗ สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๑๖๗ x ๓๕๕ เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง ๔ มุม โบราณสถานโดยรอบในบริเวณใกล้เคียงกันได้แก่ วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่าวัดผ่าอก แต่เดิมภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ได้ถูกคนลักลอบเจาะอกพระจนทะลุ จึงได้เรียกกันว่าวัดผ่าอก ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขึ้นแทน โบราณสถานบริเวณวัดป่าเลไลยก์ประกอบด้วย มณฑป วิหาร และเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน
วัดขุนแผน จากวัดป่าเลไลยก์ทางเข้าด้านข้าง วัดนี้เข้าไปทางค่ายฝึกสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์เป็นหลักสำคัญของวัด ภายในบริเวณวัดมีโบราณสถานที่สำคัญได้แก่ พระปรางค์ พระอุโบสถ เจดีย์ประจำทิศและเจดีย์รายและวิหาร ปัจจุบันมองเห็นได้เฉพาะซากพระปรางค์เท่านั้น วัดแม่หม้าย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๓๐๐ เมตร มีโบราณสถานแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มทางด้านทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่มีฐานประทักษิณ วิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก และกลุ่มทางด้านทิศใต้ประกอบด้วย วิหารขนาดกลาง เจดีย์ราย และกำแพงแก้วล้อมรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งสองกลุ่มมีสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง
นอกจากนี้ยังมีวัดนางพิมหรือวัดกาญจนบุรีเก่า รวมอยู่ในบริเวณนั้นด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ ตั้งอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๔๐ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙
( กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ ) ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๔ แล้วเลี้ยวซ้ายไป ๗๐๐ เมตร เป็นสถานที่รวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าในปี พ. ศ. ๒๓๒๘ ชัยชนะในสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชและดำรงความเป็นชาติมาถึงปัจจุบัน ภายในอาคารจัดเป็นตู้จำลองเหตุการณ์และโต๊ะทรายแสดงภูมิประเทศจำลองเส้นทางการเดินทัพของข้าศึก นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตการณ์เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจประวัติศาสตร์เข้าใจการเลือกใช้ภูมิประเทศในการเดินทัพ และจุดสกัดกั้นทัพพม่าได้ชัดเจนขึ้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐๑๗.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายยุทธการ จังหวัดทหารบก กาญจนบุรี โทร. ๐ ๓๔๕๘ ๙๒๓๓-๕ ต่อ ๕๑๐๑๕ ค่ายฝึกเขาชนไก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๕๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ ( กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ ) ประมาณ ๓ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ในเวลาเสร็จสิ้นการฝึกจะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปเข้าชม พร้อมสนุกกับกิจกรรมทดสอบกำลังใจของทหาร เช่น การโดดหอสูง การยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีที่พักไว้บริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานท่องเที่ยวกรมการรักษาดินแดน โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๒๘๗๑ หรือ สำนักงานท่องเที่ยวเขาชนไก่ โทร. ๐ ๓๔๕๘ ๙๒๓๗
สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยทั้งมวล เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ดำเนินการถ่ายทำบนพื้นที่กว่า ๕,๐๐๐ ไร่ ในบริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่างๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรงหงสาวดี นิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลัง อธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่างๆ เช่น การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน และมีร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย ๑๐๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท หมู่คณะลด ๑๐ % สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ โทร. ๐ ๓๔๕๓ ๒๐๕๗-๘
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า ปราสาทเมืองสิงห์ อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่าประมาณ ๗ กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ ๑๕ จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก ๗ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีเนื้อที่ประมาณ ๘๐๐ กว่าไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง ๘๘๐ เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรมจากกัมพูชา ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๔๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๕๘ ๕๐๕๒-๓, ๐ ๓๔๕๑ ๑๒๐๐, ๐ ๓๔๕๑ ๒๕๐๐ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์เสือในจังหวัดกาญจนบุรีมีสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงนานาชนิดอยู่ด้วยกันอย่างอิสระตามธรรมชาติ เช่น เก้ง กวาง หมูป่า ชะนี นกยูง ไก่ป่า ม้า ควาย แพะ นักท่องเที่ยวจะพบเห็นการอยู่ร่วมกันของสัตว์ป่านานาชนิดโดยสันติและเป็นเพื่อนที่ดีต่อพระและผู้คนทั่วไป ที่นี่เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๕.๔๕ น. ค่าเข้าชม ๓๐๐ บาท (ตั้งแต่ ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ น เข้าชมฟรีเฉพาะคนไทย) เวลา ๑๒.๓๐-๑๕.๔๕ น. เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปชมเสือโคร่งได้อย่างใกล้ชิด งดเสื้อผ้าสีฉูดฉาด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ มูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน โทร. ๐ ๓๔๕๓ ๑๕๕๗ หรือ HYPERLINK "http://www.boonheng.com" www.boonheng.com หรือ HYPERLINK "http://www.tigertemple.org" www.tigertemple.org
การเดินทาง ห่างจากอำเภอเมือง ๓๘ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค) บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑ เข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ปางช้างไทรโยค ตั้งอยู่ ๓๐/๒ หมู่ ๓ บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม มีกิจกรรมล่องแพ นั่งช้างชมป่าธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที มีการแสดงช้างทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางไทรโยค-ทองผาภูมิ ประมาณกิโลเมตรที่ ๔๕ ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที หรือ ทางรถไฟ ลงรถไฟที่สถานีวังโพธิ์ เปิดทุกวันเวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๐๐ น. หากมาเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๕๙ ๑๒๕๕, ๐ ๓๔๕๙ ๑๑๐๒, ๐๘ ๑๘๗๘ ๙๙๗๙ หรือ www.elephantpark.com
ถ้ำกระแซ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๒๙๓๐ ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรีน้ำตก ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยเบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุดเนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขาและด้านล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย น้ำตกไทรโยคน้อย เดิมเรียก น้ำตกเขาพัง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) กิโลเมตรที่ ๔๖ เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมาก ในอดีตเมื่อพ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๑๖๙๐ หรือ ๐ ๒๖๒๑ ๘๗๐๑-๙, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔ หรือ HYPERLINK "http://www.railway.co.th" www.railway.co.th นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก ๓๐ นาที ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๓๐ น.
ถ้ำวังบาดาล (ถ้ำสวรรค์วังบาดาล) ขึ้นอยู่กับอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖๓ กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกไทรโยคน้อย มีป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ ๓ กิโลเมตร จะพบหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯสามารถชมต้นน้ำตกไทรโยค การไปชมถ้ำต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพธรรมชาติ ถ้ำวังบาดาลมีความยาว ๕๐๐ เมตร เป็นถ้ำขนาดเล็กแต่ลึกมาก ปากถ้ำเป็นช่องเล็กๆแต่เข้าไปได้ทีละคน ลักษณะเป็นถ้ำหินปูน ๒ ชั้น โดยชั้นบนจะมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม แบ่งเป็นห้องหลายห้อง เช่น ห้องม่านพระจันทร์ มีหินงอกหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ย้อยลงมาสวยงามมาก ส่วนชั้นล่างมีธารน้ำไหลผ่าน ลักษณะเหมือนอุโมงค์น้ำใต้หินขนาดใหญ่ ถ้ำละว้า ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ช่วงกิโลเมตรที่ ๕๙๖๐ ต้องข้ามฝั่งแม่น้ำแควน้อย สามารถเช่าเหมาเรือจากท่าเรือปากแซงข้ามไป ราคาประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท นั่งได้ ๑๐-๑๒ คน ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที ถ้ำละว้าเป็นถ้ำที่สวยงามมาก ค้นพบโดยนายผิน ดอกเข็ม เมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๖ บริเวณปากถ้ำไม่กว้างนัก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆเช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี ห้องม่าน ห้องพระปรางค์ แต่ละห้องมีความงดงามของหินย้อยแตกต่างกันออกไป บ้างเหมือนม่านโรงละคร บ้างมีประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยกากเพชร
ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๔๖๕ บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น พิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. โทร. ๐๘ ๑๘๑๔ ๗๕๖๔, ๐๘ ๑๗๕๔ ๒๐๙๘, ๐ ๓๔๕๓ ๑๓๔๗ โทรสาร ๐ ๓๔๕๓ ๑๓๔๗ อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีเนื้อที่ ๕๙๘,๗๕๐ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๓ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ไทรโยคได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือ ค้างคาวกิตติ และ ปูราชินี ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอาศัยอยู่ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทรโยคเคยเป็นค่ายพักแรมของทหารญี่ปุ่น ปัจจุบันปรากฎร่องรอยเตาหุงข้าวและซากเตาไฟอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยมนุษย์ยุคหินเก่า มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือ เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ ๔๐๐ บาท เด็ก ๒๐๐ บาท บริเวณอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th การเดินทาง ห่างจากอำเภอเมือง ๑๐๔ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (กาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ ๘๒
ถ้ำดาวดึงส์ อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร และห่างจากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยขึ้นไปบนเขาประมาณ ๑ กิโลเมตร การเดินทาง โดยรถยนต์สามารถเดินทางเข้าทางอุทยานแห่งชาติไทรโยค แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางวัดถ้ำดาวดึงส์ประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ถ้ำดาวดึงส์มีหินงอกหินย้อยที่งดงามรูปต่าง ๆ เช่น โคมระย้า พระปรางค์ และเจดีย์ ภายในถ้ำมีอากาศโปร่งแต่มืดสนิท ต้องมีไฟฉายหรือตะเกียงไปด้วย และควรมีคนนำทางไป
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอทองผาภูมิ
พุน้ำร้อนหินดาด เดิมเรียกว่า น้ำพุร้อนกุยมั่ง อยู่หางจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๓๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๑๐๕๑๐๖ พุน้ำร้อนหินดาดเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ ๔๕-๕๕ อาศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น ๒ บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน
น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๔๐ กิโลเมตร เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บริเวณเทือกเขากะลา น้ำตกผาตาดเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมีชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง ๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความกว้าง ความสูงที่ตระการตา และมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ การเดินทางไปน้ำตกสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๑๐๕-๑๐๖ เลี้ยวเข้าทางเดียวกับพุน้ำร้อนหินดาด และอยู่เลยจากพุน้ำร้อนหินดาดเข้าไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร น้ำตกผาสวรรค์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงามลดหลั่นกันถึง ๗ ชั้น และยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มาก โดยเฉพาะชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ ๘๐ เมตร ตัวน้ำตกอยู่ในป่าลึกต้องอาศัยการเดินเท้าต่ออีก ๔๐ นาที ก็จะถึง ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงมกราคม การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กาญจนบุรีทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๑๐ ผ่านบ้านสหกรณ์นิคมเข้าไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก ๑๓ กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกผาตาด จากนั้นเดินเท้าต่ออีก ๔๐ นาทีจะถึงตัวน้ำตก หรือใช้เส้นทางจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผ่านเหมืองเนินสวรรค์ หมู่บ้านสะพานลาวระยะทางประมาณ ๔๒ กิโลเมตร ถึงทางแยกบริเวณโครงการปลูกป่าเลี้ยวซ้ายอีก ๑๓ กิโลเมตร ถึงที่จอดรถ เดินเท้าต่ออีก ๔๐ นาทีก็จะถึง ถ้าเดินทางในฤดูฝน ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ
เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อ เขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๑๕๓ กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๙๒ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑,๐๑๙ เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเช่าล่องเรือแพเที่ยวในทะเลสาบเหนือเขื่อนได้ มีแพพักแพล่องมากมายอยู่บริเวณเลยทางเข้าเขื่อนไป ๓ กิโลเมตร สำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำและสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป ๑ ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ(ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. ๐ ๓๔๕๙ ๙๐๗๗ ต่อ ๒๕๐๒, ๒๕๐๖, ๐ ๓๔๕๙ ๘๐๓๐ หรือ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๖ ๖๐๔๖-๘
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก มีเนื้อที่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ อยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวง ๓๒๗๒ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี ๒ แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ ๓๐๐ เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอย สามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณและเขาช้างเผือกภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ๓ เส้นทางคือ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น น้ำตกผาแป น้ำตกเจ็ดมิตร ต้องติดต่อว่าจ้างเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง น้ำตกเหล่านี้อยู่ในเขตตำบลปิล๊อก ซึ่งเดิมเป็นเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม ตั้งอยู่พรมแดนไทย-พม่า อุดมด้วยป่าดิบ ปกคลุมด้วยหมอกเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ การเดินทา ง แม้ว่าเส้นทางจะลาดยาง แต่เป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งหักศอกอยู่มากจึงต้องขับอย่างระมัดระวัง บริเวณอุทยานฯ มีบริการบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ สอบถามรายละเอียด โทร. ๐๘ ๑๓๘๒ ๐๓๕๙ หรือ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตู้ ปณ.๑๘ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ๒๑๑๑๐ เหมืองปิล็อก ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๗๒ มีการทำเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม ปิล็อกฮิลล์ สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ ๓๒ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น และน้ำตกเจ็ดมิตร การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว
น้ำตกทุ่งนางครวญ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีทั้งหมด ๗ ชั้น ร่มรื่นและสวยงามมาก สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเป็นหินปูน แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า ๓๕ เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี การเดินทาง อยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๑๙๐ กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) เลี้ยวขวาบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๖ (โดยสังเกตจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก ๑๕ กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก ๓ กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ ๑ กิโลเมตร ใช้เวลา ๓๐ นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ ๑ สภาพถนนเป็นถนนลูกรัง ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรถกระบะและควรติดต่อชาวบ้านนำทาง อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นชื่อของลำห้วยซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนานจึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น
ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู ๖ กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจคือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ ๖๒.๕ เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยคลองงูขึ้นไป ๖ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็จะถึงปากถ้ำ ตลอดทางจะพบน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยคลองงู ไหลลดหลั่นลงไปตลอดทาง การเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวก คือเริ่มต้นจากน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุ ไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเดินเท้าต่อจากบ้านพุเตยใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมงก็จะถึงถ้ำ ตลอดเส้นทางเดินเท้าจะผ่านหุบเขาและเพิงผา ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามมาก การเข้าชมถ้ำเสาหินเหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง การเข้าชมจะต้องมีการเตรียมตัววางแผนก่อนล่วงหน้า และจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นผู้นำชม และช่วงเวลาที่สามารถเข้าชมถ้ำเสาหินได้คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เท่านั้น เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมากไม่เหมาะแก่การเข้าชม
ถ้ำนกนางแอ่น อยู่บริเวณตอนกลางของห้วยลำคลองงู ในท้องที่ หมู่ ๕ บ้านเขาพระอินทร์ ตำบลชะแล เป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก ลักษณะเป็นถ้ำทะลุ มีลำห้วยคลองงูไหลผ่าน เช่นเดียวกับถ้ำเสาหิน มีความยาวประมาณ ๓ กิโลเมตร ลักษณะพิเศษคือ เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกเหมือนปล่องภูเขาไฟทำให้ถ้ำนกนางแอ่นแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงเหมือนกับโบกี้รถไฟมาต่อกัน แต่มีขนาดใหญ่โตมาก ภายในถ้ำมีนกนางแอ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งมีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาสวยงามเป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง ทางรถยนต์ใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำเสาหิน จากบ้านพุเตย เดินทางต่อไปอีก ๖ กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านเขาพระอินทร์ จากหมู่บ้านเขาพระอินทร์จะมีถนนเดิน เลี้ยวขวาเข้าไปอีกระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อหรือหาเช่ารถไถนาดัดแปลง (รถอีแต๊ก) จากชาวบ้านเขาพระอินทร์ แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๓๐ นาที ก็จะถึงปากถ้ำ หรือ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร ๒๖ (แยกพุทโธ) เข้าไปผ่านน้ำตกทุ่งนางครวญ เลยไปจนถึงบ้านห้วยเสือ ระหว่างเส้นทางห้วยเสือ บ้านพุเตยจะผ่านบ้านเขาพระอินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินอีก ๓ กิโลเมตร จะถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าต่อไปอีก ๓๐ นาที การเข้าชมควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือชาวบ้านจากหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงเป็นผู้นำชม และควรมีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเตรียมร่างกายก่อนการเดินทาง
ถ้ำน้ำตก เป็นถ้ำน้ำลอดเช่นเดียวกับถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่นแต่มีความพิเศษกว่าคือ ธารน้ำใต้ดินภายในถ้ำจะไหลลดหลั่นกันลงมาก่อให้เกิดน้ำตกสูงถึง ๑๗ ชั้น ชั้นที่สูงสุด สูงถึง ๒๐ เมตร นับได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังมีหินงอกหินย้อยรูปทรงสวยงามอีกเป็นจำนวนมาก ความยาวตลอดถ้ำประมาณ ๒,๗๑๐ เมตร การเดินทาง เข้าชมถ้ำน้ำตก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูเป็นผู้นำชม และจะต้องมีการเตรียมการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ในฤดูฝนไม่เหมาะในการเดินทางเข้าชมเนื่องจากระดับน้ำในถ้ำจะสูงมาก
ถ้ำใหญ่ เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ ปากทางเข้ากว้างประมาณ ๕๐ เมตร ภายในถ้ำสามารถจุคนได้หลายพันคน จัดเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากถ้ำน้ำตกประมาณ ๑ กิโลเมตร การเดินทาง เข้าชมถ้ำภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจะต้องมีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า รวมทั้งต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ในการเข้าชมถ้ำและเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทาง รวมทั้งผู้นำทางที่ชำนาญเส้นทาง ช่วงเดือนที่เหมาะสมได้แก่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากในฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมากไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ สอบถามรายละเอียดที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตู้ ปณ. ๔ ปทจ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ๗๑๑๘๐
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอสังขละบุรี
สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๒๑๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี รวมเรียกว่า สามประสบ ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ ที่แห่งนี้
น้ำตกไดช่องถ่อง ขึ้นอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรี ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒๓๓ ก่อนถึงน้ำตกเกริงกระเวียเล็กน้อยจะมีป้ายทางซ้ายมือเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก ๕๐๐ เมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ๖๐๐ เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนแม่กลอง สภาพป่าสมบูรณ์ร่มรื่นจะสวยงามในฤดูฝน
น้ำตกเกริงกระเวีย ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๓๒๓๓ เลยน้ำตกไดช่องถ่องไปเล็กน้อย ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๑ กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๙๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ ๔๐ ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ ๓๐ กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรีป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ(เขาแหลม) เป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อย มีพื้นที่ประมาณ ๘๑๕ ตารางกิโลเมตร บริเวณอุทยานฯร่มรื่น มีห้วยกะเต็งเจ็งไหลผ่าน สามารถกางเต็นท์พักแรมได้และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกะเต็งเจ็ง
น้ำตกกะเต็งเจง เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีชั้นน้ำตกถึง ๒๓ ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันออกไป ระยะทางจากชั้นแรกถึงชั้นสุดท้ายประมาณ ๒ กิโลเมตร เหมาะกับการทัศนศึกษาดูสภาพป่าชนิดต่าง ๆ เช่น ป่ากล้วย ป่าไผ่ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ และมีต้นไม้ขนาดยักษ์ขนาด ๑๓ คนโอบ โดยเฉพาะชั้นที่ ๑๖ นั้นมีขนาดใหญ่และสวยงามมาก การไปชมน้ำตกกะเต็งเจ็ง จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงน้ำตกชั้นแรก นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆจนถึงชั้นบนสุด ด้านบนของน้ำตกจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมได้ เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับโดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังมีสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำ ลิ้นจี่ป่าและมะไฟป่า ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา น้ำตกนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางในฤดูฝน และควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานฯ ในเขตอุทยานฯมีบริการบ้านพักและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
สะพานมอญ อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาวถึง ๘๕๐ เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลียสำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา บริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงามสามารถมองเห็นลำห้วยสายต่างๆคือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตีที่ไหลมารวมกันเป็นสามประสบ
วัดวังก์วิเวการาม อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เป็นวัดจำพรรษาของ หลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก ๑ กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด
น้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นแนวเขตชายแดนไทย-พม่าในเขตอำเภอสังขละบุรี ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่าไหลเลาะเรื่อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดนสู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เส้นทางเดินสู่ตัวน้ำตกชั้นแรกใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที เป็นทางราบปกคลุมด้วยดงไผ่ หวาย เฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์ บางช่วงลัดเลาะลำธารน้ำ บางช่วงจะเห็นสายน้ำไหลมาจากหลายทิศทางกระจายออกไปเป็นแอ่งน้ำหรือลานกว้าง ซึ่งน้ำตกในแต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตากันออกไป
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปด่านเจดีย์สามองค์ ไปตามเส้นทางสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ ๑๒๑๓ จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนหินลูกรังอีกประมาณ ๙ กิโลเมตร เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๓๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก ควรติดต่อสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่า หากต้องการค้างแรมควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๖๕
ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ติดภูเขาเล็กๆ แต่ละถ้ำมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น ถ้ำบาดาลมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ถ้ำพ่อปู่ฤาษี ถ้ำแก้วมรกตมีผนังหินงอกหินย้อยเป็นสีเขียว ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลและถ้ำแก้ว ภายในแต่ละถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่างๆงดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๖ ชั่วโมงขึ้นไป
การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ ๑๖ เลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ ๘๐๐ เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก ๒๐๐ เมตร จะถึงบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลของถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ ณ บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมนั้น
ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี ๔ กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๗๒ พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย ๒๕ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐ เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ ๕๐ บาท) ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น.
เที่ยวป่าสังขละบุรี เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ททท. สำนักงานภาคกลาง เขต ๑ กาญจนบุรี โทร. ๐ ๓๔๕๑ ๑๒๐๐, ๐ ๓๔๕๑ ๒๕๐๐
น้ำตกคลีตี้ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร คลีตี้ เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า เสือโทน มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ ๒ วัน จากบ้านกะเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากท่าเรือท่ากระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ ๒ ชั่วโมงครึ่ง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
การเดินทาง ไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนนบางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง ๔๒ กิโลเมตร ต่อจากนั้นมีทางแยกไปที่ทำการเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก ๔๐ กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่จะไปทุ่งใหญ่นเรศวรต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า ๑๕ วัน เรียนผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๖๕
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอศรีสวัสดิ์
สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๕๕ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) บริเวณกิโลเมตรที่ ๓๘๓๙ ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อการศึกษาวิจัย จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสื่อความหมายให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพป่าแบ่งออกเป็น ๒ เส้นทาง เส้นทางที่ ๑ เพื่อให้ผู้สนใจศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ ๓ ชั่วโมง และ เส้นทางที่ ๒ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเนินดินแดงใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ตามเส้นทางผ่านภูมิประเทศที่แตกต่างกันเช่น ลำห้วย ลำธาร ทางราบ เนินเขา ในบริเวณศูนย์แห่งนี้มีค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน สามารถติดต่อล่วงหน้าโดยทำหนังสือถึง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เรียนผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๑ ๔๒๙๒-๓ ต่อ ๗๖๕ หรือ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตู้ ปณ.๕ ลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี ๗๑๑๙๐
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๑๘ มีเนื้อที่ ๓๔๓,๗๓๕ ไร่ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง ๖๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง ๒,๑๐๐ เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว ๑,๕๐๐ เมตร แบ่งเป็น ๗ ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง ๑,๐๖๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย
ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
การเดินทาง
รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ ๕๖ แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก ๕๐๐ เมตร จะถึงน้ำตก
รถโดยสารประจำทาง มีรถสายกาญจนบุรี-เอราวัณ ออกจากสถานีขนส่ง ถนนแสงชูโต มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง
เขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ ๔ กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๗๐ กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙ (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์) ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. ๐ ๒๔๓๖ ๖๐๔๖-๘ มีบริการบ้านพัก ร้านอาหารเรือล่อง ติดต่อโทร. ๐ ๓๔๕๗ ๔๐๐๑ ต่อ ๒๔๕๕, ๒๔๕๗
สวนเวลารำลึก เป็นสวนที่อยู่ภายในเขื่อนศรีนครินทร์ มีพื้นที่กว่า ๓๐ ไร่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๓ สวนเวลารำลึกนี้สร้างเป็นสวนประติมากรรมบอกเวลา มีสัญลักษณ์รูปนาฬิกาแดด เป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงคุณค่าแห่งชีวิตที่ก้าวล่วงเวลาทุกนาทีที่ผ่านไป สมดังพระราชหฤทัยของสมเด็จย่าที่ทรงตระหนักเป็นแน่แท้ว่า เวลาเป็นของมีค่า ซึ่งควรจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ควรปล่อยให้ล่วงเลยไปอย่างไร้ประโยชน์ บริเวณลานโดยรอบจะมีที่นั่งพักผ่อนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเขื่อนศรีนครินทร์
ถ้ำพระธาตุ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ ๘ กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ๗๖ กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยวิจิตรงดงามมาก ที่แปลกคือเป็นหินที่โปร่งแสง ถ้ำมีความยาว ๒๐ เมตร ใช้เวลาชมถ้ำพระธาตุ ประมาณ ๓๐ นาที - ๑ ชั่วโมง การเข้าชมถ้ำพระธาตุ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ณ ที่ทำการฯ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางให้และควรเดินทางถึงถ้ำนี้ก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น.
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ ๙๕๓,๕๐๐ ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ
ถ้ำสวรรค์ เป็นถ้ำที่เพิ่งค้นพบใหม่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณหมู่บ้านต้นมะพร้าว ตำบลแม่กระมุง อำเภอศรีสวัสดิ์ ลักษณะถ้ำเป็นเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติ กว้างประมาณ ๙ เมตร สูง ๙ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร ที่ผนังถ้ำจะมีภาพวาดของคนโบราณ การเดินทาง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ตามเส้นทางน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น-น้ำตกเอราวัณ เลี้ยวขวาบริเวณโรงเรียนบ้านต้นมะพร้าว เข้าไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านต้นมะพร้าว วิ่งรถผ่านหมู่บ้านเข้าไปอีก ๕๐๐ เมตร
ก็จะถึงปากถ้ำ ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และควรติดต่อชาวบ้านในหมู่บ้านต้นมะพร้าวเป็นผู้นำชม
ถ้ำเนรมิต เป็นถ้ำขนาดใหญ่แบ่งเป็นหลายห้องมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ แปลกตา และสวยงามมาก ตั้งอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวไปทางวัดถ้ำเนรมิตอีก ๒ กิโลเมตรและเดินเท้าต่ออีกประมาณ ๓๐๐ เมตร และห่างไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตรยังมีถ้ำใหญ่อีก ๓ ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำน้ำมุด ถ้ำพระปรางค์และถ้ำพระโค ควรติดต่อผู้นำชมหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ การเดินทางควรใช้รถกระบะหรือรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ
ถ้ำน้ำมุด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณหมู่บ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุง ปากถ้ำกว้างประมาณ ๑๕ เมตร สูง ๑๐ เมตร ภายในถ้ำเป็นโพรงลึกมีธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดเวลา
ถ้ำพระปรางค์ เป็นอีกถ้ำหนึ่งที่มีความใหญ่โตและสวยงามมากของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ บริเวณบ้านน้ำมุด ตำบลแม่กระบุง ภายในถ้ำแบ่งเป็นห้องต่างๆ หลายห้องแต่ละห้องมีหินงอก หินย้อยงดงามการเดินทาง ใช้เส้นทางน้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ๑๑ กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัดน้ำมุดเข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร อ้อมไปทางด้านหลังวัด จอดรถไว้ที่เชิงเขาจะมีทางขึ้นถ้ำระยะทางประมาณ ๔๐๐ เมตร ก็จะถึงปากถ้ำ จากจุดจอดรถ ถ้าเดินขึ้นเขาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๑๓๐ เมตร ก็จะพบถ้ำอีกถ้ำหนึ่งชื่อ ถ้ำพระโค
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๑๐๘ กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็น ๗ ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ ๑ ดงว่าน ชั้นที่ ๒ ม่านขมิ้น ชั้นที่ ๓ วังหน้าผา ชั้นที่ ๔ ฉัตรแก้ว ชั้นที่ ๕ไหลจนหลง ชั้นที่ ๖ ดงผีเสื้อ ชั้นที่ ๗ ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเมษายน
ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งร้านอาหารสวัสดิการ ตอนกลางคืน มีการฉายสไลด์ รายละเอียดติดต่อได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
การเดินทาง
รถยนต์
เส้นทางที่ ๑ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-น้ำตกเอราวัณ (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) ผ่านถ้ำพระธาตุ ห้วยพุมุด (วัดพุมุด) จากนั้นเส้นทางจะเป็นดินลูกรังอัดแน่นเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รวมระยะทางประมาณ ๑๐๔ กิโลเมตร ควรใช้รถสภาพดีมีกำลังหรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เช่นกัน
เส้นทางที่ ๒ การนำรถยนต์ข้ามแพขนานยนต์
ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ผ่านตัวเมืองกาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ท่ากระดาน-แม่ละมุ่น (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙) เริ่มจากนำรถลงแพที่ท่าแม่ละมุ่นข้ามไปท่าอำเภอศรีสวัสดิ์ ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ ๕๐ บาท จากนั้นขับรถยนต์ต่อไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร จะพบท่าแพขนานยนต์ข้ามไปท่าห้วยแม่ขมิ้น ใช้เวลา ๓๐-๔๕ นาที เสียค่าธรรมเนียมคันละ ๑๕๐ บาท จากนั้นขับรถต่อไปอีก ๗ กิโลเมตร ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
เรือ
เรือเหมา ขึ้นที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ราคา ๑,๕๐๐ (๑๐ คน) - ๓,๐๐๐ (๓๐ คน) บาท เมื่อถึงท่าห้วยแม่ขมิ้นเดินขึ้นไป ๒๐๐ เมตร ถึงตัวน้ำตก รถโดยสาร สามารถขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าว บ้านน้ำมุด พุดตาเซียน ถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รถออกเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง (หมายเหตุ - เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้)
อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด มีเนื้อที่ ๓๖,๘๗๕ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ เส้นทางเดินป่าในเขตอุทยานฯ แบ่งเป็น ๒ เส้นทาง เส้นทางแรก เป็นเส้นทางเดินป่าจากถ้ำธารลอดน้อยถึงถ้ำธารลอดใหญ่ ภายในถ้ำธารลอดน้อยจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลำธารไหลผ่านภายในถ้ำชื่อ ลำกระพร้อย เมื่อพ้นถ้ำธารลอดน้อยออกมาจะต้องเดินป่าต่อไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร จะถึง น้ำตกไตรตรึงษ์ เดินต่อไปอีกราว ๑ กิโลเมตร จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ รวมระยะทาง ๒.๕ กิโลเมตร
เส้นทางที่สอง เป็นเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกธารเงินและน้ำตกธารทองระยะทางประมาณ ๑.๘ กิโลเมตร น้ำตกธารเงิน เป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ถึง ๗ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๓๕ นาที ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี ๑๕ ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ ๒๕ นาทีเท่านั้น
การเดินทาง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๙๗ กิโลเมตร เมื่อถึงจังหวัดกาญจนบุรีให้ขับตรงไปประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางกาญจนบุรี-ทุ่งมะสังข์ ประมาณ ๒๓ กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ ผ่านอำเภอบ่อพลอยไปยังกิ่งอำเภอหนองปรือ เมื่อถึงตลาดหนองปรือจะมีป้ายบอกทางไปยังถ้ำธารลอดอีก ๑๙ กิโลเมตร ทางราดยางตลอดสาย ถ้าใช้บริการรถประจำทาง มีรถประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปยังตลาดหนองปรือ จากนั้นต้องเช่ารถสองแถวที่ตลาดหนองปรือไปยังอุทยานฯ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท เด็ก ๑๐๐ บาท ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว รายละเอียดสอบถามได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ www.dnp.go.th
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอบ่อพลอย
บ่อพลอยอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๔๗ กิโลเมตร ในตัวอำเภอบ่อพลอยมีร้านขายพลอยอยู่หลายร้าน พลอยที่ได้จากการทำเหมืองอุตสาหกรรมได้แก่ พลอยไพลิน นิล และบุษราคัม สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖ (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๑ จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ นับเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดเช่น กวาง หมี เสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง หรือ สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำรถส่วนตัวมา ทางสวนสัตว์ได้จัดรถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว สามารถชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด พักผ่อนชมสวนผีเสื้อ สวนดอกไม้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๕๐ บาท เด็ก ๗๐ บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๓๐๐ บาท เด็ก ๑๕๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๔๕๓ ๑๘๘๘, ๐ ๓๔๕๓ ๑๙๙๙, ๐ ๓๔๕๐ ๐๐๘๙ โทรสาร ๐ ๓๔๕๐ ๐๐๘๘
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ประมาณ ๒๗ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ อำเภอศรีสวัสดิ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน และประกอบด้วยที่ราบระหว่างหุบเขา เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแควใหญ่ ยอดเขาสูงที่สุด คือ เขาหัวโล้นสูงประมาณ ๑,๑๗๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่บริเวณตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๘ นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ๓ เส้นทาง คือ ๑.เส้นห้วยลำอีซู ๒.เส้นห้วยสะด่อง ๓.เส้นทุ่งสลักพระ และยังมีเส้นทางที่สามารถเดินไปชมทิวทัศน์ริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ห้วยแม่ละมุ่น สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๕๘ ๔๐๓๒
อำเภอหนองปรือ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลสมเด็จเจริญ ไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-หนองปรือ-ด่านช้าง (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๖) ประมาณ ๗๑ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๔๘๐ อีก ๒๐ กิโลเมตร โครงการนี้มีพื้นที่กว่าสองหมื่นไร่ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นโครงการอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มน้ำองคต มีผลการดำเนินงานในหลายๆ ด้าน เช่น การปลูกสวนป่า การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงปลา การปลูกผักปลอดสารพิษ นอกจากนี้มีการขุดพบซากโบราณสถาน เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณนี้ ปัจจุบันนำไปไว้ที่โรงเรียนประชามงคล ติดต่อล่วงหน้าเพื่อการเข้าชมโครงการเป็นหมู่คณะได้ที่สำนักงานกองอำนวยการโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. ๐๘ ๑๗๓๖ ๒๘๓๘, ๐๘ ๙๘๑๙ ๖๙๒๐, ๐๘ ๑๑๙๔ ๙๗๒๙
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอท่าม่วง
เขื่อนแม่กลอง เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในตัวอำเภอท่าม่วง ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญที่สุดในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ครอบคลุมพื้นที่ ๓ ล้านไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงครามและสมุทรสาคร ตัวเขื่อนกว้าง ๑๑๗.๕๐ เมตร ยาว ๑,๖๕๐ เมตร บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ ๕ กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านเขื่อนแม่กลอง จะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ ๒ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๒๐๐ เมตร วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และยังมีอุโบสถอัฏฐมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆ มีเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้รถรางไฟฟ้าขึ้นไปชมจะมองเห็นวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. อัตราค่าบริการ ๑๐ บาท/คน/ขึ้น-ลง
วัดถ้ำเขาน้อย อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือ วัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีความงามสะดุดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขาซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองกาญจนบุรีและเขื่อนแม่กลอง วัดบ้านถ้ำ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาน้อย ห่างจากวัดถ้ำเสือไปทางตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ ๕ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางสายในถนนเลียบริมแม่น้ำแม่กลอง ทางขึ้นถ้ำเป็นบันไดลึกเข้าไปในปากมังกรตัวใหญ่ ภายในถ้ำมีหินงอกลักษณะคล้ายผู้หญิง เชื่อว่าคือ นางบัวคลี่ ภรรยาของขุนแผน ตำนานอิงประวัติศาสตร์เรื่องขุนช้างขุนแผนที่เล่าขานกันต่อมาช้านานและบนยอดเขายังมีถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอยู่อีกหลายถ้ำ
บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม ตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย ในวัดวังขนายทายิการาม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ กรมทรัพยากรธรณี ได้มาเจาะบ่อน้ำบริเวณวัด พบว่ามีความร้อนถึง ๔๒ องศาเซลเซียส จึงแนะนำให้ทางวัดนำน้ำนี้มาใช้และชำระร่างกาย และต่อมาได้นำน้ำร้อนในบ่อนี้ไปวิเคราะห์ และพิสูจน์ปรากฏว่าในน้ำมีแร่ธาตุอยู่หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันมีบ่อน้ำร้อนประมาณ ๕๕ บ่อ ทั้งบ่อยืน นั่ง นอน โดยจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐-๒๑.๐๐ น.
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอท่ามะกา
โบราณสถานพงตึก สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี และได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑๑๒ ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พงตึกเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๐ เช่น ตะเกียงทองสำริดโรมัน พระพิมพ์ดินเผา พระนารายณ์สลักจากศิลา พระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นโบราณวัตถุเพิ่มเติมที่พงตึกและยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว ปัจจุบันโบราณวัตถุบางส่วนที่ขุดค้นนำไปเก็บไว้ที่วัดดงสัก บางส่วนอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ
การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ ๓๗ กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๙๒๙๓ จะมีป้ายบอกทางเข้าซ้ายมือไปโบราณสถานพงตึก เมื่อข้ามสะพานจันทรุเบกษา จะผ่านวัดดงสักซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้ตรงไปจนผ่านป้อมตำรวจพงตึกซึ่งอยู่ด้านขวา โบราณสถานพงตึกจะอยู่ถัดป้อมตำรวจพงตึกไปไม่ไกลนัก อุทยานมัจฉาวังสังกะวาด อยู่ตรงข้ามกับวัดหวายเหนียว ตำบลหวายเหนียว หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ กิโลเมตรที่ ๙๒๙๓ เข้าทางเดียวกับโบราณสถานพงตึก เมื่อลงจากสะพานจันทรุเบกษา (สะพานเฉลิมพระเกียรติ) เลี้ยวขวาตรงไปตามถนนเลียบแม่น้ำแม่กลองประมาณ ๓ กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปที่นิยมมาให้อาหารปลาจะพบปลาตะเพียน ในปัจจุบันปลาสังกะวาสหาดูได้ยาก มีลักษณะคล้ายกับปลาเนื้ออ่อน นอกจากนี้ภายในวัดหวายเหนียวยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐๑๘.๐๐ น.
วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร สถานที่แห่งนี้เป็นวัดโบราณซึ่งมีแท่นหินขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่นี่ อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาททำจากไม้ขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทย ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติเช่น บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระอานนท์ ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ทุก ๆปีประมาณกลางเดือน ๔ ของไทยจะมีงานนมัสการอย่างยิ่งใหญ่ การเดินทาง จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ถึงบริเวณแยกตลาดท่าเรือ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๑ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๙-๑๐
แหล่งท่องเที่ยว อำเภอพนมทวน
โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนเจดีย์ จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ จนถึงบริเวณสี่แยกท่าม่วง เลี้ยวขวาไป ๒ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปดอนเจดีย์อีก ๑๑ กิโลเมตร โดยผู้ที่จะไปชมจะต้องขับรถเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณหลังโรงเรียนวัดทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างและเครื่องม้าเป็นจำนวนมาก และพบซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย จากหลักฐานที่ขุดพบทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นสนามรบในการทำยุทธหัตถีสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัดกาญจนบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศได้บริจาคเงินสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับช้าง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ปวงชนชาวไทยได้ถวายสักการะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระโพธิสัตว์กวนอิม (วัดทุ่งสมอ) พระโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ภายในวัดทุ่งสมอ ตำบลทุ่งสมอ เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่มีลักษณะงดงามมาก ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมานมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่องค์หนึ่งซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม นอกจากนี้ยังสามารถนมัสการพระสังกัจจายน์และพระประธานภายในอุโบสถวัดทุ่งสมอได้อีกด้วย
|