นครนายก
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก เสาหลักเมืองเดิมเป็นเสาไม้ยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่าต่อมาประมาณ พ.ศ. 2453 ทางราชการเห็นว่าศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมากจึงได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียนศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ริมแม่น้ำนครนายกภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองจนถึงทุกวันนี้
โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.นายร้อย จปร.) ตั้งอยู่ที่ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางองครักษ์ประมาณ 75 กิโลเมตร บริเวณโรงเรียนติดกับเขาชะโงก มีพื้นที่ ประมาณ 19,290 ไร่ เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่ผู้ที่จะรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทย ภายในมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินและสนุกสนานเหมาะแก่การมาเที่ยวกันแบบครอบครัว นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยว รร.นายร้อย จปร. รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช อยู่ในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตำบลสาริกา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร เขานางบวชสูงประมาณ 100 เมตร ทางขึ้นมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป 227 ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2401 ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา และจะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน 5 ของทุกปี
เมืองโบราณดงละคร ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3076 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 6.3 กิโลเมตร ผ่านวัดเจดีย์ทอง และเลี้ยวไปทางเดียวกับวัดดงละคร แต่เดิมเรียกกันว่า "เมืองลับแล" เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกำแพง 2 ชั้นชาวบ้านเรียกกันว่า "สันคูเมือง" และมีคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง ความรุ่งเรือง ที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมขอม และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 19 ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง 55 กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโบราณสถาน ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสำริด แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง สถูปศิลาแลง แหวนสำริด กำไลสำริด เป็นต้น สำหรับตำนานเมืองนั้นเล่ากันว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายนัก ประกอบกับลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปใครเข้าไปแล้วอาจหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และวันโกนวันพระจะได้ยินเสียง กระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดงละคร" หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า "ดงละคร" นั้นอาจเพี้ยนมาจาก"ดงนคร" กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรองตรงหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร (ทางไปบ้านวังรี) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติมีน้ำตลอดปี มีถนนลาดยางรอบอ่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และใช้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำของจังหวัดนครนายก เนื่องจากมีศักยภาพในการเล่นเรือกรรเชียง เรือแคนูน้ำเรียบ เรือใบ และวินด์เซิฟในบางฤดู
อ่างเก็บน้ำทรายทอง อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร (ทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร มี "น้ำตกทรายทอง" เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีน้ำเกือบตลอดปี การเดินทางไปยังน้ำตกทรายทองต้องเดินเท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวเขื่อนอ่างเก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง ตั้งอยู่ในตำบลพรหมมณี ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง โดยเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกประชาเกษมประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้ายและไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ สวยงาม และแปลกตาไปจากน้ำตกแห่งอื่น น้ำตกลานรักมีน้ำเฉพาะในฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง และในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะมีน้ำมากที่สุดเหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว
น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3050 อีก 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ค่าเข้าชมน้ำตกผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท ในบริเวณใกล้เคียงกันมี "ถ้ำสาริกา" อาจารย์มั่น ภูริฑตฺโต เคยมาบำเพ็ญศาสนธรรมที่นี่ระหว่าง พ.ศ. 2460-2463 สภาพเป็นเนินเขา ภายในบริเวณประกอบด้วยกุฏิของสงฆ์ เรือนบูชาหลวงปู่มั่น และโบสถ์ ซึ่งอยู่สุดทางเดินเท้าขึ้นเขา
วังตะไคร้ ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ใกล้กับน้ำตกนางรองอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3049 วังตะไคร้เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้นำรถยนต์เข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม โดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้ รถโดยสารคนละ 5 บาท (ไม่คิดค่ารถ) รถตู้, ปิคอัพ (ไม่เกิน 10 คน) 100 บาท รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 5 คน) 50 บาท บุคคลคนละ 5 บาท
น้ำตกนางรอง ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้ รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 150 บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 50 บาท รถตู้ (รวมบุคคล) 100 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 5 บาท
น้ำตกกะอาง ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเพิ่ม จากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศรถึงอำเภอบ้านนาเยื้องกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนา มีถนนแยกไปน้ำตกกะอางระยะทาง 11 กิโลเมตร เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ลักษณะเป็นลานหินกว้างมีน้ำตกไหลผ่านตามช่องหิน ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว คือช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม) ฤดูแล้งน้ำจะแห้ง ในบริเวณยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ บริเวณใกล้เคียงมีสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ตั้งอยู่ด้วย และมีเนินเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลอง ตั้งอยู่ตำบลปากพลี ริมทางหลวงหมายเลข 33 พิพิธภัณฑ์นี้เป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทยพวนในอดีตอายุราว 200 ปี เช่น ผ้าซิ่นไทยพวน โม่หิน ถังต้มกาแฟโบราณ อุปกรณ์ในการทำนา เครื่องมือในการทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง และทำไข่เค็มสูตรใบเตยหอม น้ำตกวังม่วง ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด โดยเดินทางไปตามถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3288 เป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เส้นทางสะดวกไปจนถึงบริเวณน้ำตก มีน้ำไหลผ่านแนวหินเป็นระยะ ๆ ลงมายังอ่างรับน้ำสุดท้าย บริเวณโดยรอบเป็นป่าร่มรื่น ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตรจึงจะสุดน้ำตก ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวจะเป็นช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำมาก
ธุดงคสถานถาวรนิมิต ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง จากตัวเมืองแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศรไปตามทางหลวงสายนครนายก-ท่าด่าน (ถนนสาย 3239) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณธุดงคสถานถาวรนิมิตมีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ อยู่ติดกับเทือกเขาใหญ่ที่รายล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ บริเวณโดยรอบมีไม้ยืนต้นร่มรื่นและเงียบสงบ มีกุฏิปฏิบัติธรรมนับร้อยหลัง สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนผู้สนใจปฏิบัติธรรมทั่วไป ในบริเวณนี้ยังมีโครงการเมืองสหกรณ์อันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีการทำสวนผักปลอดสารพิษและนาข้าวโดยใช้ระบบเกษตรธรรมชาติ ธุดงคสถานถาวรนิมิตนี้อยู่ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย ติดต่อที่โทร. 0 3731 3596 0 1212 2077
น้ำตกเหวนรก ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เดินทางจากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศร ถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 3077 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 มีทางเดินเท้าไปน้ำตกเหวนรกอีก 1 กิโลเมตร น้ำตกเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลสู่หน้าผาชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในลักษณะการไหลตก 90 องศาไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว
ศาลเจ้าพ่อองครักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายก ในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรีโดยเสด็จผ่านมาตามลำแม่น้ำนครนายก และได้มาประทับแรมบริเวณที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้นนายทหารราชองครักษ์ป่วยและเสียชีวิตลง จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ ศาลแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า"ศาลเจ้าพ่อองครักษ์" และใช้เป็นชื่อของอำเภอองครักษ์ในเวลาต่อมา บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวน น้ำไหลเชี่ยวมาก ถือว่าน้ำตรงวังน้ำวนเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษกเมื่อคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
ศูนย์ไม้ดอก ไม้ประดับ ตลอดแนวคลอง 15 และบริเวณใกล้เคียงริมเส้นทางสายรังสิต-นครนายกเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์พืชทั้งไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ นับว่าที่นี่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดที่เพาะชำ ทาบกิ่ง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบอนไซ ไม้ถัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและเลือกซื้อได้ในราคาขายส่ง และที่ศูนย์สาธิตการตลาดหมู่ 11 ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสันติธรรมสามัคคี (บริเวณสวนป้าผาด) มีวัสดุเพาะชำต้นไม้ขายในราคาถูกหาไม่ยากจากปากคลองตรงไปตามถนนเรื่อย ๆ ถึงวัดสันติธรรมไปทางแยกขวามืออีกประมาณ 2-3 กิโลเมตร
ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก นิยมใช้เรือแคนูและเรือยาง ช่วงที่เหมาะกับการล่องแก่งจะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายน-ตุลาคม (ในช่วงฤดูฝน) จุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ หรือเชิงสะพานท่าด่าน คลองนางรอง บริเวณบ้านป่าหมากเรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น วังกุตภา และวังยาว ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วงประมาณ 2-7 กิโลเมตร การล่องแก่งเป็นการท่องเที่ยวผสมผสานไปกับการกีฬาทางน้ำที่สนุกตื่นเต้นท้าทาย เป็นการพักผ่อนและการออกกำลังกายซึ่งได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 โทร. 0 3731 2282,0 3731 2284 แก่งสามชั้น คยัค เซ็นเตอร์ โทร. 0 3732 8411, 0 1298 4461 คยัค มาสเตอร์ โทร. 0 3739 3245, 0 1451 8830 ดิ เอ็ก สตรีม โทร. 0 1658 2438 แพ แคนู แคมป์ โทร. 0 1217 2403, 0 1481 9054 สีดา รีสอร์ท โทร. 0 3731 1600, 0 3731 3576 นายไพบูลย์ แพงมา โทร.0 3732 8113 นายบุญเรือง บุตรแสน โทร.0 3732-8073-4 สาริกา แอดเวนเจอร์ พอยต์ โทร. 0 1780 8122
จักรยานเสือภูเขา เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งปี การขี่จักรยานควรเริ่มตั้งแต่เช้ามืด เพราะการขี่แต่ละเส้นทางใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากแดดไม่ร้อนแล้วยังได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สวย ๆ ยามเช้าได้อย่างเต็มที่ ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 8 จัดเส้นทางไว้ทั้งหมด 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 วังตะไคร้-วังยาว ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ มองเห็นวิวทิวทัศน์ และผ่านที่ตั้งแค้มป์
เส้นทางที่ 2 เขาชะโงก-เขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร เริ่มต้นที่จักรดาวรีสอร์ท บรรยากาศระหว่างทางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ รร.นาย จปร. เทือกเขาและอ่างเก็บน้ำ
เส้นทางที่ 3 วัดพราหมณี-เขามดดำ ระยะทาง 31 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณวัดพราหมณี มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา และสวนนก
เส้นทางที่ 4 วัดคีรีวัน-วัดเนินหอม ระยะทาง 43 กิโลเมตร เริ่มต้นที่วัดคีรีวันผ่านอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด วัดเขาพระธรรมขันธ์ไปถึงแยกเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี ทิวทัศน์เป็นทุ่งนา บ้านพักอาศัย และเทือกเขา เส้นทางนี้สามารถขี่จักรยานได้ในเวลาเย็นอีกด้วย
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานได้ที่ แพ แคนู แคมป์ โทร. 01217 2403, 01481 9054 คยัค มาสเตอร์ โทร. 0 3739 3245, 0 1451 8830 แก่งสามชั้น คยัค เซ็นเตอร์ โทร.03732 8411, 01928 4461 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 โทร. 03731 2282, 03731 2284 ท่องไพรเขาใหญ่-นครนายก จัดในช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนายน ของทุกปี (กิจกรรมนี้งดในช่วงฤดูฝน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพื่อศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนให้นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นด้วย
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,396 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาลแต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุดคือ ในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งในตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นจนถึงเช้า ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาร่ม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,351 เมตร และที่นี่ยังได้รับสมญานามว่าเป็น "อุทยานมรดกของอาเซียน" อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศ
สำหรับเส้นทางในการเดินป่าท่องไพรที่ทางจังหวัดนครนายกจัดขึ้น มีด้วยกัน 4 เส้นทางเริ่มต้นจากน้ำตกนางรอง โดยใช้เส้นทางในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และใกล้เคียงเป็นหลัก
เส้นทางที่ 1 น้ำตกนางรอง-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกไทรยองหิน น้ำตกเหวมหศักดิ์ น้ำตกนางนอน น้ำตกตาดตาโม่ง น้ำตกตาดตาคง น้ำตกตาดตาภู่ น้ำตกมะนาว ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน
เส้นทางที่ 2 น้ำตกนางรอง-น้ำตกแม่ปล้อง เดินไปตามลำคลองวังตะไคร้ ห้วยสมพุงใหญ่ ผ่านชายหาดแก่งหินและลานหิน จนถึงน้ำตกแม่ปล้อง ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน 1 คืน
เส้นทางที่ 3 น้ำตกนางรอง- น้ำตกไทรยองหิน-คลองร่วมเขาทะโมน เดินลัดเลาะไปตามลำคลองนางรอง ผ่านกลุ่มน้ำตกไทรยองหิน ถ้ำค้างคาว คลองร่วม เดินลงทางเขาทะโมน ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 วัน 1 คืน
เส้นทางที่ 4 น้ำตกนางรอง-น้ำตกไทรยองหิน เดินตามลำคลองนางรอง ผ่านกลุ่มน้ำตกไทรยองหิน ถ้ำค้างคาว ชมน้ำตกเหวมหศักดิ์ และเดินกลับเส้นทางเดิม ระยะทาง 4 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 วัน
ทางจังหวัดนครนายกจะจัดคนนำทางและลูกหาบให้ นอกจากนี้ยังมีเต็นท์ เปล และถุงนอน ฯลฯ ไว้บริการให้เช่าด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานจังหวัดนครนายก โทร. 0 3731 1273