|
สระแก้ว
สระแก้ว สระขวัญ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ ๖ และหมู่ ๗ ตำบลสระแก้ว อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง หรือก่อนเข้าตัวเมืองเล็กน้อยจะมีทางแยกทางขวามือตรงกิโลเมตรที่ ๒๔๖ เชื่อกันว่าน้ำในสระแห่งนี้ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยนำไปใช้ในราชพิธีราชาภิเษก และในสมัยกรุงธนบุรีเมื่อคราวสมเด็จพระมหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพไปตีเขมร ได้แวะพักที่บริเวณสระน้ำทั้งสองแห่งนี้ และอาศัยน้ำจากสระทั้งสองแห่งสำหรับใช้สอย และใช้ในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วย จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดสระแก้ว
อุทยานแห่งชาติปางสีดา มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมือง อำเภอวัฒนานคร อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๘๔๔ ตารางกิโลเมตร หรือ ๕๒๗,๕๐๐ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ สภาพป่าเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าทุ่งหญ้า เป็นต้น เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ประกอบด้วยสัตว์ป่า เช่น กระทิง ช้าง วัวแดง หมู่ป่า นกเงือก นกยูง เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดที่ยังเหลืออยู่ และเป็นต้นกำเนิดของห้วยโสมง ห้วยน้ำเย็น ห้วยพระปรง ห้วยพลับพลึง ฯลฯ ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง หรือแม่น้ำปราจีนบุรี ภายในอุทยานฯ มีสถานที่ที่น่าสนใจ ได้แก่
น้ำตกปางสีดา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๘๐๐ เมตร เป็นน้ำตกที่ทิ้งตัวจากหน้าผาสูง ๑๐ เมตร เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำกว้างใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น และจะมีน้ำมากในช่วงฤดูฝน
น้ำตกผาตะเคียน อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ ๓ กิโลเมตร และห่างจากน้ำตกปางสีดาประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร สามารถเดินทางเท้าได้ ๒ เส้นทาง ตลอดเส้นทางขึ้นสู่น้ำตกร่มรื่นด้วยแมกไม้หนาทึบ เป็นน้ำตกชั้นสุดท้ายที่อยู่ในสายเดียวกับน้ำตกปางสีดา น้ำตกทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ ๑๐ เมตร เหมาะสำหรับเดินศึกษาธรรมชาติ
อ่างเก็บน้ำท่ากระบาก เป็นอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จะปรับปรุงระบบชลประทานในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลท่าแยก ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๒ กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสูง ๑๗.๕๐เมตร ยาว ๗๒๐ เมตร บริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง ปลูกต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ ทั้งไม้ยืนต้น และไม้ประดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับพักผ่อน
น้ำตกท่ากระบาก อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำท่ากระบาก ตัวน้ำตกมีถึง ๓ ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ เมตร เบื้องล่างของแต่ละชั้นเป็นแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้
กลุ่มน้ำตกแควมะค่า จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๔๐ ให้เดินเท้าต่ออีกประมาณ ๖ กิโลเมตร ตัวน้ำตกทิ้งตัวจากหน้าผาสูงประมาณ ๗๐ เมตร เหมาะสำหรับเดินป่า และสามารถกางเต็นท์ได้ ใกล้ ๆ กันยังมีน้ำตกรากไทรย้อย ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ ๕๐๐ เมตร น้ำตกลานหินใหญ่ ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตรเมตร น้ำตกสวนมั่น สวนทอง ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ ๓ กิโลเมตร และน้ำตกม่านธารา ห่างจากน้ำตกแควมะค่า ประมาณ ๔ กิโลเมตร กลุ่มน้ำตกแห่งนี้ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ ๒-๓ วัน เนื่องจากเป็นกลุ่มน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า
น้ำตกถ้ำค้างคาว จากที่ทำการถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๒ ให้เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร บริเวณน้ำตกมีค้างคาวอาศัยอยู่ในถ้ำมากมาย
จุดชมวิว เป็นหุบเขากว้าง ห่างจากที่ทำการไปประมาณ กิโลเมตรที่ ๒๕ และกิโลเมตรที่ ๓๕ สามารถชมภูมิประเทศโดยรอบ และชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกได้
แหล่งจระเข้น้ำจืด ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๕ กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางไปหมู่บ้านคลองผักขม-ทุ่งโพธิ์ อีกประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เป็นแหล่งจระเข้น้ำจืดที่ได้สำรวจพบตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ยังเหลืออยู่ที่บริเวณป่าห้วยน้ำเย็น
ที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก ในอัตราคืนละ ๕๐๐-๖๐๐ บาท และมีสถานที่ให้กางเต็นท์ ในอัตรา คืนละ ๕ บาท/คน บริการแก่นักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตู้ ปณ. ๕๕ ตำบลท่าแยก อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ๒๗๐๐๐ โทร. (๐๑) ๙๔๗-๕๙๔๘ หรือที่ อุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๕๖๑-๔๒๙๒ ต่อ ๗๒๔-๗๒๕, ๕๗๙-๕๗๓๔, ๕๗๙-๗๒๒๓ การเดินทาง โดยรถส่วนตัว จากตัวเมืองสระแก้วใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๔๖๒ ขึ้นไปทางทิศเหนือระยะทางประมาณ ๒๗ กิโลเมตร อุทยานฯ จะอยู่ทางขวามือ หรือหากนักท่องเที่ยวประสงค์ที่จะเดินทางไปอุทยานฯ โดยรถโดยสารประจำทาง ก็สามารถใช้บริการรถสองแถวโดยสารสายสระแก้ว-บ้านคลองน้ำเขียว เข้าไปประมาณ ๒๗ กิโลเมตร จนถึงที่ทำการอุทยานฯ และอีกเส้นทางหนึ่งสามารถที่จะเดินทาง โดยทางรถไฟ สายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ แต่ต้องลงที่สถานีรถไฟจังหวัดสระแก้ว แล้วจากนั้นจะต้องต่อรถโดยสารประจำทางสายสระแก้ว-บ้านคลองน้ำเขียว ไปประมาณ ๒๗ กิโลเมตร จนถึงที่ทำการอุทยานฯ
สถานีเพาะเลี้ยวสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหมากฝ้าย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๔๓๐ ไร่ การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกันกับอุทยานฯ ปางสีดา ผ่านอ่างเก็บน้ำท่ากระบากไปประมาณ ๕๐๐ เมตร และแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร สถานีแห่งนี้เป็นหน่วยงานของส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนีนาถ เพื่อเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ เป็นสถานีศึกษา วิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า และแหล่งบริการด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ป่า และสถานที่พักผ่อน ภายในสถานีฯ จัดแบ่งพื้นที่เพาะเลี้ยงเป็นสัดส่วนตามชนิดของสัตว์ต่าง ๆ เช่น นกเงือก นกเงือกปากย่น นกกาฮัง นกขุนทอง เป็ดก่า ละมั่ง หมาจิ้งจอก หมีขอ เป็นต้น
ปราสาทบ้านน้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลผักขะ เป็นปราสาทที่มีกำแพง ๒ ชั้น ชั้นนอกเป็นกำแพงดิน ส่วนชั้นในทำด้วยศิลาแลง ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทางเข้าทางเดียว คือ ทางทิศตะวันออก ด้านหน้าปราสาทตรงมุมทางทิศเหนือมีสระน้ำกรุด้วยก้อนศิลาแลง ตรงกลางด้านทิศตะวันตกมีซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐไม่สอปูนตั้งอยู่บนศิลาแลง ห่างจากปราสาทไปทางทิศเหนือมีสระน้ำขนาดใหญ่
พระสยามเทวาธิราชจำลอง อยู่ในตัวอำเภออรัญประเทศ หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภออรัญประเทศ มีความสูงประมาณ ๑.๒๙ เมตร เป็นรูปจำลองพระสยามเทวาธิราช สร้างโดยพระอุทัยธรรมธารี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ต่อมาราษฎรได้ร่วมกันสร้างบุษบกเป็นที่ประทับ โดยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน คู่เมืองของชาวอำเภออรัญประเทศ และชาวจังหวัดใกล้เคียง
ประตูชัยอรัญประเทศ ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านคลองลึก ตำลบท่าข้าม สร้างในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ มีลักษณะเป็นป้อม ๒ ป้อม อยู่กันคนละฟากถนน ตัวป้อมมีลักษณะเป็นรูปหกเหลี่ยมด้านเท่า สูงประมาณ ๑๕ เมตร ฐานป้อมทำเป็นห้องรักษาการณ์ แต่ชำรุดทรุดโทรมจากภัยสงคราม จึงมีการบูรณะซ่อมแซม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ โดยยังคงรักษารูปลักษณ์เดิมไว้เฉพาะป้อมด้านซ้ายมือเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารกล้าที่เสียชีวิต และบาดเจ็บจากการสู้รบบริเวณชายแดนด้านนี้ สำหรับทางด้านขวามือได้ก่อสร้างเป็นเสมาขนาดใหญ่หันออกไปทางประเทศกัมพูชา ทำด้วยหินอ่อนสลักรูปครุฑไว้ด้านบน ใต้ครุฑจารึกคำว่า "ประเทศไทย"
ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดโรงเกลือ อยู่ที่บ้านคลองลึก ตำบลท่าข้าม ห่างจากตัวอำเภออรัญประเทศไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๖ กิโลเมตร ติดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๓ เส้นสระแก้ว-อรัญประเทศ เป็นตลาดทางการค้าที่สำคัญของพรมแดนแถบนี้ ตลาดโรงเกลือ เป็นตลาดชายแดนทางฝั่งไทย ร้านค้าในตลาดสร้างเป็นแบบโรงเรือน แบ่งเป็นห้อง ๆ สินค้าส่วนใหญ่ที่วางขายเป็นสินค้าที่มาจากฝั่งเขมร เช่น เครื่องทองเหลือง เครื่องเคลือบ เครื่องกระเบื้อง ถ้วยชาม เสื้อผ้า ผ้า ม่าน เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศรัสเซีย เครื่องจักสาน ปลาแห้ง เป็นต้น และจากตลาดคลองลึกไปอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร จะถึงด่านคลองลึกที่เป็นจุดผ่านแดนไปสู่ ตลาดปอยเปต ของประเทศกัมพูชา สำหรับ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ จะต้องแสดงบัตรประชาชน และพาสปอสต์โดยขอวีซ่าจากสถานทูตราชอาณาจักรกัมพูชา ในประเทศไทย เพื่อที่จะเข้าไปท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ แต่เฉพาะคนไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำเภอคลองลึก อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด และอำเภอตาพระยา สามารถขอบัตรผ่านแดนชนิดไปเช้า-เย็นกลับได้ จากตลาดชายแดนบ้านคลองลึกจะมีรถตู้ รถปิ๊กอั๊พ ของบริษัทนำเที่ยวให้เช่าเหมาไปยังตลาดปอยเปต เมืองเสียมเรียบอันเป็นที่ตั้งปราสาทนครวัด-นครธม ติดต่อได้ที่บริเวณตลาดบ้านคลองลึก
หมายเหตุ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไปยังประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา ควรติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะเดินทางได้จากสถานทูตราชาอาณาจักรกัมพูชา ในประเทศไทย สำนักงานจังหวัดสระแก้ว และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคกลาง เขต ๘ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของราชอาณาจักรกัมพูชาไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำกล้องถ่ายรูป หรือกล้องถ่ายภาพยนตร์เข้าไป รวมทั้งยังห้ามนำเข้าสินค้าบางประเภท เช่น ตาชั่ง สัตว์ป่า ผลิตผลจากสัตว์ป่า หอม และกระเทียม เป็นต้น ทั้งจากประเทศไทยเข้าไปยังราชอาณาจักรกัมพูชา และจากราชอาณาจักรกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย ด้วยเช่นกัน
วัดอนุบรรพต หรือ เขาน้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านใหม่หนองไทร แยกจากถนนสุวรรณศร ไปตามถนนธนะวิถีทางไปทางอำเภอตาพระยา ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สวยงาม และภายในอุโบสถประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองเนื้อทองเหลือง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวอรัญประเทศ และชาวจังหวัดใกล้เคียง
ปราสาทเขาน้อย ตั้งอยู่ในวัดเขาน้อยสีชมพู ตำบลคลองน้ำใส ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร โบราณสถานตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ย ๆ สูงราว ๘๐ เมตร มีบันไดทางขึ้น ๒๕๔ ขั้น เดินต่อไปตามทางลาดไม่ไกลนักก็จะถึงบริเวณตัวปราสาท เป็นโบราณสถานไม่ก่ออิฐสอปูน ประกอบด้วยปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และวิหารทิศใต้ แต่จะมีเพียงปรางค์องค์กลางเท่านั้นที่ยังคงสภาพเป็นองค์ปรางค์ ส่วนปรางค์ทางทิศเหนือ และวิหารทิศใต้เหลือเพียงฐานเท่านั้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ปราสาทเขาน้อยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติจากกรมศิลปากร และได้มีการสำรวจขุดพบทับหลังหินทราย ๕ ประติมากรรมหินทราย โบราณวัตถุทำจากโลหะเครื่องปั้นดินเผา สันนิษฐานว่าอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ และคงความสำคัญจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เชื่อว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ส่วนโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้น และเก็บรักษา ได้ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
ปราสาทเมืองไผ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองไผ่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เจดีย์โบราณสร้างด้วยอิฐก่อทับกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื่นออกมา ๔ มุม แกะสลักลวดลายดอกไม้ ลายเครือวัลย์ และรูปคน สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์สมัยทวาราวดี นอกจากนี้ยังพบศิลปวัตถุหลายอย่าง เช่น เสมาธรรมจักร ทำด้วยศิลาเขียว เทวรูปศิลปลพบุรี และพระพุทธรูปศิลปทวาราวดี ซึ่งโบราณวัตถุเหล่านี้ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร การเดินทาง ไปปราสาทเมืองไผ่นั้นใช้เส้นทางสายอรัญประเทศ-ปราจีนบุรี ไปจนถึงตำบลเมืองไผ่ แล้วต่อจากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปถึงตัวปราสาทเมืองไผ่ ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร
เขาฉกรรจ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาฉกรรจ์ อยุ่ภายในวัดเขาฉกรรจ์ ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ตามถนนสายสระแก้ว-จันทบุรี ทางหลวงหมายเลข ๓๑๗ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๓๑-๑๓๒ และแยกซ้ายไปอีกเล็กน้อย ตัวเขาเป็นเขาหินปูน สันเขาด้านยาวทำมุม ๙๐ องศา กับทิศเหนือ และทิศใต้ จุดสูงสุดของยอดเขาสูงประมาณ ๒๔๐ เมตร มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่ถึง ๗๒ ถ้ำ ที่นิยมเข้าไปชม ได้แก่ ถ้ำมืด ถ้ำหนุมาน ถ้ำทะลุ ถ้ำมหาหิงส์ ถ้ำน้ำทิพย์ และถ้ำแก้วพลายชุมพล มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ด้านหน้าเป็นสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ ใช้เป็นสถานที่ปลูกป่าของกรมป่าไม้ ส่วนเชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดเขาฉกรรจ์ มีบันไดขึ้นไปถึงยอดเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล
ปราสาทสด๊กก๊อกธม ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท ๓ หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีคูน้ำล้อมรอบ ๔ ด้าน มีกำแพงแก้ว ๒ ชั้น ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลง ชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินทราย มีโคปุระ หรือซุ้มประตูเหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตกเท่านั้น ภายในระเบียงคดมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย ๒ หลัง อยู่หน้าปราสาทหลังกลางซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ปราสาทด้านซ้ายมือ และปราสาทองค์ประธานอยู่ในสภาพปรักหักพัง ด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออกมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยม มีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำตลอดแนว ได้มีการค้นพบศิลาจารึก ๒ หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณ ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕ เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพ และใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อถือในลัทธิศาสนาฮินดู การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางสายอรัญประเทศ-ตาพระยา แยกขวามือที่บ้านหนองเม็กไปจนถึงตัวปราสาท ระยะทางจากอรัญประเทศไปปราสาทสด๊กก๊อกธมประมาณ ๓๖ กิโลเมตร
ปราสาทเขาโล้น ตั้งอยู่ที่บ้านเจริญสุข ตำบลทัพราช เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาโล้น ซึ่งเป็นยอดเขาเตี้ย ๆ อยู่บนเชิงเขาสะแกกรอง มีปรางค์ ๔ หลัง เหลืออยู่เฉพาะหลังกลาง ส่วนปราสาทด้านหน้า ๒ หลัง และด้านหลัง ๑ หลัง ได้ปรักหักพังไปแล้ว ลักษณะปราสาทคล้ายกับปราสาทเขาน้อย ก่อด้วยอิฐเผามีหินทรายเป็นพื้นฐาน มีส่วนชำรุดที่ยอดของปราสาท ที่กรอบประตูหินทรายมีจารึกด้วยอักษรโบราณ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวปราสาทมีสระน้ำขนาดใหญ่ ๒ แห่ง และมีแนวถนนโบราณทอดยาวจากตัวปราสาทถึงสระน้ำ รอบ ภูเขาลูกนี้มีร่องรอยเป็นหมู่บ้าน หรือชุมชนโบราณในอดีต การเดินทาง ไปปราสาทเขาโล้นสามารถใช้เส้นทางหมายเลข ๓๐๖๘ เส้นตาพระยา-บุรีรัมย์ แล้วเลี้ยวซ้ายทางไปบ้านเจริญสุขจนถึงเชิงเขาที่ตั้งปราสาท ระยะทางจากอำเภอตาพระยาถึงปราสาทเขาโล้นประมาณ ๒๘ กิโลเมตร |