ข้อมูล แหล่งท่องเที่ยว นครสวรรค์ สถานที่ท่องเที่ยว นครสวรรค์
ทัวร์ ไทย ดอท เน็ต : แหล่งรวม สถานที่ทองเที่ยว โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ทั่วไทย  
 
    English Version
   
   
Tour-Thai.Net
 
       ไฮไลท์
       ภาพเด็ด วิวสวย
       แหล่งท่องเที่ยว
       โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก
       ร้านอาหารอร่อย
       ท่องราตรี Night Life
 
โรงแรม ที่พัก ทั่วไทย
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคเหนือ
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคกลาง
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคใต้
     โรงแรม ภาคตะวันออก
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคอีสาน
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย 76 จังหวัด
ภาคตะวันออก
   ระยอง /แม่พิมพ์/เสม็ด/แม่รำพึง
 ชลบุรี
/
 จันทบุรี /เขาสอยดาว
 ตราด /เกาะช้าง/เกาะกูด
ภาคเหนือ
  เชียงใหม่ /ดอยสุเทพ
เชียงราย /ดอยตุง
กำแพงเพชร
ตาก/ทีลอซู
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก

เพชรบูรณ์ /เขาค้อ
แพร่
แม่ฮ่องสอน /ปาย/ปางอุ๋ง
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี

ภาคกลาง
  กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี /ล่องแพ
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม

นนทบุรี
ปทุมธานี

ประจวบคีรีขันธ์ /หัวหิน
ปราจีนบุรี
อยุธยา /วัดเมืองเก่า
เพชรบุรี/ชะอำ
ราชบุรี /
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม/อัมพวา
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี /ทุ่งดอกทานตะวัน
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อ่างทอง
ภาคใต้
  ภูเก็ต
กระบี่ /พีพี/ลันตา
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา

พัทลุง/สิมิลัน
ยะลา
ระนอง
สงขลา /หาดใหญ่
สตูล /ตะรุเตา
สุราษฎร์ธานี
/เกาะสมุย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  กาฬสินธุ์
ขอนแก่น

ชัยภูมิ /ทุ่งดอกกระเจียว
นครพนม
นครราชสีมา /เขาใหญ่
บุรีรัมย์

มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย  /ภูกระดึง
ศรีสะเกษ

สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี

 



 



 

ท่องเที่ยว จังหวัดนครสวรรค์
รวมข้อมูล แหล่งท่องเที่ยว ใน จ.นครสวรรค์



แนะนำ โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร จ.นครสวรรค์

บ้านต้นไม้รีสอร์ท จ.นครสวรรค์
สนใจลงโฆษณา โรงแรม
ที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร
บริษัททัวร์ จังหวัดนครสวรรค์ คลิ๊ก

 

 

 

           ท่องเที่ยว นครสวรรค์ ท่องเที่ยวนครสวรรค์


เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com
อุทยานสวรรค์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลนครสวรรค์มีผู้นิยมไปพักผ่อนหย่อนใจกันมาก มีเนื้อที่ 314 ไร่ ใกล้ทางแยกสายเชียงใหม่-พิษณุโลก ติดกับถนนสายเอเชีย อุทยานสวรรค์เดิมเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า "หนองสมบุญ" มีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะซึ่งมีเนื้อที่ 4 ไร่ มีสวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ ด้านหน้าของสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม มีห้องน้ำ ห้องแต่งตัวบริการแก่นักท่องเที่ยว


 





เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณชุมชนชาวปากน้ำโพ ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะและเป็นจุดรวมน้ำใจของชาวบ้าน รวมทั้งผู้สัญจรทางน้ำที่ผ่านไปมา และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมต้นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจนที่สุดด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ชุมแสง (หมายเลข 225) ระยะห่างจากเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ศาลฯ จะอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้บริการเรือข้ามฟากจากตลาดบริเวณหน้าเขื่อนก็สะดวกเช่นกัน มีเรือบริการตั้งแต่ 05.00-19.00 น.

 





เพิ่มข้อมูล ท่องเที่ยว
tour-thai.net@hotmail.com
บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นกประจำถิ่น ได้แก่ อีโก้ง อีแจว ปากห่าง ซึ่งจะวางไข่ในช่วงเดือน กรกฎาคม-มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และบึงบอระเพ็ดยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย การเดินทาง จากตัวเมืองนครสวรรค์ไปบึงบอระเพ็ด สามารถไปได้หลายเส้นทางทางเรือ จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามลำน้ำผ่านขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงปากคลองเข้าบึงบอระเพ็ดที่เรียกว่าคลองหนองดุก เมื่อลอดใต้สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึง ทางรถยนต์    
 



บึงบอระเพ็ด
เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด เคยพบสัตว์หายากที่นี่ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลาเสือตอ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมจะมีนกเป็ดน้ำจำนวนมากอพยพมาที่บึงแห่งนี้ นกประจำถิ่น ได้แก่ อีโก้ง อีแจว ปากห่าง ซึ่งจะวางไข่ในช่วงเดือน กรกฎาคม-มีนาคม พื้นที่บางส่วนได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงบอระเพ็ดอยู่ในความดูแลของกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และบึงบอระเพ็ดยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา โดยกรมประมงได้มาตั้งสถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ดไว้ด้วย การเดินทาง จากตัวเมืองนครสวรรค์ไปบึงบอระเพ็ด สามารถไปได้หลายเส้นทางทางเรือ จากตลาดท่าน้ำเทศบาลเมืองนครสวรรค์ไปตามลำน้ำผ่านขึ้นไปทางเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงปากคลองเข้าบึงบอระเพ็ดที่เรียกว่าคลองหนองดุก เมื่อลอดใต้สะพานรถไฟเข้าไปก็จะถึงบริเวณบึง ทางรถยนต์ สามารถเข้าถึงบึงบอระเพ็ดได้ 2 ด้าน คือ
1) หากเข้าทางด้านเหนือ ไปตามเส้นทาง 1) สายนครสวรรค์-ชุมแสง (ทางหลวงหมายเลข 225) ประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาอีก 2 กิโลเมตร เข้าไปยัง สถานีพัฒนาประมงบึงบอระเพ็ด ในบริเวณมี ศูนย์แสดงปลาน้ำจืด ซึ่งเปิดให้ชมระหว่างเวลา 08.00-16.30 น. ในวันธรรมดา และ 9.00-17.00 น. ในวันเสาร์ อาทิตย์ ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม นอกจากนี้ยังมีบ่อเพาะพันธุ์จระเข้ มีเรือหางยาวนำชมบึง เรือลำเล็กจุได้ 5 คน ไม่รวมคนขับ ราคา 300 บาท เรือลำใหญ่จุได้ 10 คน ราคา 400 บาท เรือจะล่องไปถึงเกาะลัดและกลับใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถนำอาหารไปรับประทานบนเรือได้ มีเรือบริการระหว่างเวลา 09.00-17.00 น. แต่ถ้าล่องในช่วงแปดถึงเก้าโมงเช้าจะพบนกได้ง่ายกว่า สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีพัฒนาประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด โทร. 0 5622 1561
2) อีกเส้นทางหนึ่งคือเข้าทางด้านทิศใต้ของบึงบอระเพ็ด จากตัวเมืองใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ท่าตะโก(ทางหลวงหมายเลข3001) ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายอีก 4 กิโลเมตร ถึง อุทยานนกน้ำ หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ซึ่งจัดตั้งอยู่ในรูปของศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ในบริเวณที่ตั้งสำนักงานจัดเป็นสวนพักผ่อน มีนกหลายชนิดเลี้ยงไว้ในกรงให้ชม มีบริการเรือหางยาวนำชมบึงบอระเพ็ดด้วยอัตราค่าบริการ เหมาลำ ชั่วโมงละ 200 บาท มีบ้านพักบริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด หรือสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นที่ตั้งของชมรมดูนกจังหวัดนครสวรรค์ด้วยโทร. 0 5622 7874

วัดจอมคีรีนาคพรต (วัดเขา) อยู่บนยอดเขาบวชนาค ระหว่างเชิงสะพานเดชาติวงศ์และค่ายจิรประวัติ ตำนานกล่าวว่า เมื่อกองทัพพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกในครั้งที่ 2 ได้แล้ว จึงร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อแสดงว่านับถือพุทธศาสนาเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจในวัดได้แก่ รอยพระพุทธบาทจำลองและพระอุโบสถที่ชาวบ้านเรียกว่า "โบสถ์เทวดาสร้าง" ทุกๆ เดือน 12 ของปีจะมีงานนมัสการและปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองนี้เรียกว่า "งานวัดเขา" ซึ่งนอกจากจะมีงานสมโภชน์แบบงานวัด ทั่วไปแล้วยังมีการแข่งขันเรือยาวอีกด้วย เมื่อขึ้นไปอยู่บนยอดเขาบวชนาคและมองลงมาจะเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของสะพานเดชาติวงศ์ แม่น้ำเจ้าพระยา และเขากบ การเดินทาง วัดจอมคีรีนาถพรต ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ก่อนถึงสะพานเดชาติวงศ์เลี้ยวซ้ายเข้าวัด ระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร

อุทยานสวรรค์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ในเขตเทศบาลนครสวรรค์มีผู้นิยมไปพักผ่อนหย่อนใจกันมาก มีเนื้อที่ 314 ไร่ ใกล้ทางแยกสายเชียงใหม่-พิษณุโลก ติดกับถนนสายเอเชีย อุทยานสวรรค์เดิมเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า "หนองสมบุญ" มีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะซึ่งมีเนื้อที่ 4 ไร่ มีสวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ ด้านหน้าของสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม มีห้องน้ำ ห้องแต่งตัวบริการแก่นักท่องเที่ยว

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณชุมชนชาวปากน้ำโพ ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะและเป็นจุดรวมน้ำใจของชาวบ้าน รวมทั้งผู้สัญจรทางน้ำที่ผ่านไปมา และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมต้นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจนที่สุดด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ชุมแสง (หมายเลข 225) ระยะห่างจากเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ศาลฯ จะอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้บริการเรือข้ามฟากจากตลาดบริเวณหน้าเขื่อนก็สะดวกเช่นกัน มีเรือบริการตั้งแต่ 05.00-19.00 น. และบริเวณด้านหน้าศาลเจ้า ยังสามารถมองเห็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ด้วยนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเที่ยวทางเรือเพื่อชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแวะนมัสการหลวงพ่อโตที่วัดปากน้ำโพ (วัดทองธรรมชาติเหนือ) สามารถเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา

วัดเกรียงไกรกลาง ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลเกรียงไกร ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย และวิหารเก่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ระหว่าง พ.ศ.2400-2430 เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวของวัดที่ยังไม่มีการบูรณะ มีรอยพระพุทธบาทจำลอง ประดิษฐานอยู่ภายใน มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธชาติชาดก

พระประธานในวิหาร คือ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีประวัติที่น่าสนใจคือ เมื่อกรุงสุโขทัยใกล้เสื่อมอำนาจลง และมีภัยสงครามอยู่เป็นประจำชาวสุโขทัยจึงได้นำพระพุทธรูปล่องแพมาตามลำน้ำ และเมื่อมาถึงปากน้ำเชียงไกล แพจมลงจึงนำพระพุทธรูปขึ้นและโบกปูนทับ เพื่อให้ปลอดภัยจากสงคราม จนกระทั่งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พ.ศ.2147 ชาวบ้านได้สร้างวัดนี้ขึ้นตรงที่ประดิษฐานพระพุทธรูปตรงนั้น และนำพระพุทธซ่อนไว้ในผนังพระอุโบสถเพื่อป้องกันภัยสงคราม และไม่มีใครล่วงรู้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี เมื่อ พ.ศ.2511 ได้มีการซ่อมผนังพระอุโบสถจึงพบแต่พระพุทธรูปปูนธรรมดา นานวันเข้าปูนกะเทาะออกจึงทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ บริเวณหน้าวัดมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีฟาร์มจระเข้ด้วย ตามปกติวิหารเก่า จะเปิดในช่วงเทศกาลเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมช่วงนอกเทศกาลสามารถบอกกับทางวัดให้เปิดเข้าชมได้ การเดินทาง ใช้เส้นทางสาย นครสวรรค์-ชุมแสง (ทางหลวงหมายเลข 225) ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงตัววัดรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร หรือเช่าเรือจากท่าน้ำเจ้าพระยา ล่องมาตามลำน้ำน่านขึ้นที่ท่าน้ำวัดเกรียงไกรกลาง

วัดศรีสวรรค์สังฆาราม (วัดถือน้ำ) ตั้งอยู่ที่ตำบลนครสวรรค์ ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร ไปตามถนนพหลโยธิน (นครสวรรค์-กรุงเทพฯ) เข้าไปทางค่ายจิรประวัติ เป็นวัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับข้าราชการกระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่าประมาณอายุได้ 100 ปีเศษ ในปี พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้งสองพระองค์ เสด็จฯ มาทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถหลังใหม่ นอกจากนี้ยังพบบุษบกซึ่งเชื่อว่าเป็นของรัชกาลที่ 5 และมีพิพิธภัณฑ์ของใช้โบราณ อยู่ในเจดีย์กาญจนาภิเษก 50 ปี วัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดที่มีคุณค่าแก่การศึกษาในทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งแห่งหนึ่ง การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) เลี้ยวซ้ายไปทางค่ายจิรประวัติ (ทางหลวงหมายเลข 3001) ประมาณ 2 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางตลอด รวมระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร

วัดวรนาถบรรพต (เขากบ) เป็นวัดเก่าแก่ของนครสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาและเชิงเขากบ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 185.50 เมตร มีทางขึ้น 2 ทางคือ ทางเดินขึ้นบันได จำนวน 439 ขั้น และอีกด้านหนึ่งมีถนนลาดยางขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งมีโบราณวัตถุ อาทิ รอยพระพุทธบาทจำลอง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสร้างสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี บริเวณเชิงเขามีเจดีย์ขนาดใหญ่สมัยสุโขทัย ซึ่งกรมศิลปากรได้จารึกประวัติศาสตร์ของวัดไว้ที่ฐานของเจดีย์องค์นี้ด้วย วัดนี้ได้รับการยกย่องจากกรมการศาสนา และมหาเถรสมาคมได้ยกย่องให้วัดนี้ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ. 2509 นอกจากนั้นในวัดยังมีรูปหล่อพระหลวงพ่อทอง อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดนครสวรรค์ ประดิษฐานอยู่ในวิหารข้างเจดีย์ใหญ่ด้วย บริเวณเนินเขาใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของสถานีถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ ช่อง 3 5 7 9 และ 11 จาก กรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดในภาคเหนือ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าทางหลวงสาย 1 (เดิม) มุ่งหน้าสู่เทศบาลจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนถึงเทศบาลจะมีแยกซ้ายมือขึ้นเขากบ ระยะทางห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร

วัดนครสวรรค์ (วัดหัวเมือง) ตั้งอยู่ที่ ถนนสวรรค์วิถีปากซอย 27 อยู่รั้วเดียวกับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นที่ประดิษฐานพระผู้ให้อภัยยิ่งหรือพระหันหลังให้กัน อยู่หลังโบสถ์วัดนครสวรรค์ด้าน ถนนเทพสิทธิชัย หันหน้าไปทางทิศตะวันออกองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีประวัติว่าพม่าสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อยกทัพมาถึงเมืองนครสวรรค์ การหันหลังให้กันอาจมีความหมายถึงการให้อภัยไม่จองเวรจองกรรมกันอีกต่อไป และภายในโบสถ์วัดนครสวรรค์นั้น มีพระพุทธรูปนามว่า หลวงพ่อศรีสวรรค์ ประดิษฐานอยู่เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์

หอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฎนครสวรรค์ ตำบลนครสวรรค์ เป็นอาคาร 2 ชั้น สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ตรีมุขที่สวยงาม เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมของจังหวัด ภายในเป็นห้องนิทรรศการ แสดงพัฒนาการทางวัฒนธรรมและแหล่งโบราณคดีต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรงละครขนาด 110 ที่นั่งจัดแสดงประเพณีศิลปวัฒนธรรม หอวัฒนธรรมนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2535 เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 09.00-15.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 5621 9100-29 ต่อ 1190-1

ถ้ำบ่อยา (วัดเทพนิมิตทรงธรรม) จากบริเวณเชิงเขา มีบันไดขึ้นไปสู่ตัวถ้ำ ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวางพอสมควร โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ตอนแรกเป็นที่ตั้งพระประธานองค์ใหญ่ ช่วงที่ 2 อยู่ลึกเข้าไปข้างในเป็นทางตัน บริเวณนี้จะมีบ่อน้ำทิพย์ซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อยาศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วย ช่วงที่ 3 เป็นทางที่จะออกจากบริเวณถ้ำสู่ภายนอกได้ทางหนึ่ง ภายในถ้ำมีไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างตลอดทั้งถ้ำ การเดินทาง ถ้ำบ่อยาตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหินก้อน ต.หนองกรด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 จากนครสวรรค์มุ่งหน้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายตรงสามแยก เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1072 (หนองเบน-ลาดยาว) ประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตรงป้ายทางเข้าวัดถ้ำบ่อยา เป็นทางลูกรังรวมประมาณ 6 กิโลเมตร

เมืองโบราณจันเสน และ พิพิธภัณฑ์จันเสน อยู่ในท้องที่หมู่ 2 ตำบลจันเสน สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทวารวดี บริเวณเมืองโบราณมีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบ เป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่มีมุมทั้งสี่เป็นรูปมนจนเกือบเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มน้ำขัง แต่ยังเป็นร่องรอยพอมองเห็นเค้าคูเมืองได้อย่างชัดเจน มีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ เนื่องจากบริเวณภายในคูเมืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นเนินสูงกว่าพื้นที่รอบนอกคูเมือง ชาวบ้านเรียกว่า "โคกจันเสน" ในบริเวณเมืองโบราณได้ขุดพบโบราณวัตถุหลายอย่าง ประเภทที่ทำด้วยเศษดินเผา อาทิ พระพิมพ์ต่างๆ ตุ๊กตา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะ มีตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ใบหอกที่ทำด้วยสำริด ปัจจุบันโบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์จันเสน ซึ่งตั้งอยู่ในวัดจันเสน เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ผู้ที่ต้องการเข้าชมในวันธรรมดา สามารถติดต่อทางวัดให้เปิดเข้าชมได้ มีเยาวชนอาสาสมัครจากโรงเรียนวัดจันเสน และโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ บริการนำเที่ยวภายในบริเวณเมือง และนำชมภายในพิพิธภัณฑ์ด้วย สอบถามรายละเอียด โทร. 0 5633 9115-6 นอกจากนี้ในวัดยังมีการรวมกลุ่มของสตรีบ้านจันเสนเพื่อทอผ้าด้วยกี่กระตุก และจัดตั้งเป็นศูนย์จำหน่ายภายในวัดด้วย ผ้าทอส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหมประดิษฐ์ และผ้ามัดย้อม การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 เลี้ยวซ้ายเข้าอินทร์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 11) เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 3196 เลี้ยวซ้ายตรงป้ายวัดจันเสนประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวัดจันเสน จากนครสวรรค์ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งสู่จังหวัดชัยนาท ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าอำเภอตาคลี ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3196 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงป้ายทางเข้าวัดจันเสนประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามทางรถไฟสู่วัดจันเสน

วัดถ้ำพรสวรรค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลลำพยนต์ มีถนนลาดยางระยะทางจากตัวจังหวัด 105 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร ตามถนนสายตากฟ้า-โคกสำโรง (ทางหลวงหมายเลข 1) กม. ที่ 224 วัดอยู่ทางฟากซ้ายมือ ข้างหลังวัดมีถ้ำพรสวรรค์ ภายในแบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนแรกเป็นห้องเล็ก ตอนที่สองเป็นห้องใหญ่ มีพระพุทธรูปและสิ่งก่อสร้างอยู่มาก มีน้ำตกจำลอง มีสระน้ำตรงกลางถ้ำ พื้นถ้ำเทคอนกรีตหมด บรรยากาศเย็นสบาย ไม่มีค้างคาวอาศัยอยู่ ภายในถ้ำติดตั้งระบบไฟฟ้า และประปาอย่างพร้อมมูล บริเวณด้านข้างปากทางเข้าถ้ำมีพระพุทธบาทเกือกแก้ว

น้ำตกวังน้ำวิ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.ลำพยนต์ ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตากฟ้า-โคกสำโรง ก่อนถึงวัดถ้ำพรสวรรค์ประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากถนนเข้าไปประมาณ 700 เมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากน้ำผุดไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ประมาณ 3 ชั้น มีน้ำตลอดทั้งปี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อ.ตากฟ้า โทร. 0 5624 1820

เขาถ้ำพระ ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเนินศาลา ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และพระพุทธรูป ในเทศกาลสงกรานต์ประชาชนในท้องถิ่นจะนำดอกไม้ธูปเทียนไปนมัสการเป็นจำนวนมาก จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตประมาณ 100 ขั้น ขึ้นสู่ปากถ้ำ เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นภูมิประเทศที่สวยงามของอำเภอโกรกพระ การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ (ทางหลวงหมายเลข 3005) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางสายโกรกพระ-ทัพทัน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถ้ำพระ ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นถนนลูกรัง รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร

ตลาดน้ำวัดบางประมุง อยู่ริมฝั่งคลองบางประมุง บริเวณด้านหลังวัดบางประมุง ชาวบ้านจะพายเรือนำสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่มาจำหน่ายทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา 07.00-16.00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการอื่นๆ อีก อาทิ นวดแผนโบราณ การล่องเรือชมคลองบางประมุง ชมสวนกล้วย บริการเรือพาย จักรยานน้ำ ฯลฯ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายปกครอง ที่ว่าการอำเภอโกรกพระ โทร. 0 5629 1006 การเดินทาง ใช้เส้นทางสาย นครสวรรค์-โกรกพระ (ทางหลวงหมายเลข 3005) ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวขวาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงวัดบางประมุงรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ประมาณ 20 กิโลเมตร

วัดบางมะฝ่อ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างสมัยตอนปลายกรุงศรีอยุธยา จุดน่าสนใจอยู่ที่โบสถ์ มีประตูหน้าต่างเป็นรูปทวารบาล ด้านในมีรูปราชาธิปก ที่ได้รับพระราชทานมา ฝาผนังด้านในเป็นภาพพุทธชาดก ในวิหารที่อยู่ตรงกัน มีภาพพุทธประวัติเป็นฝีมือช่างเก่า และมีพระประธานปางมารวิชัย มีความแปลกตรงที่มีตาลปัตรอยู่ด้วย และในวิหารมีรอยพระพุทธบาทที่งดงามมาก จะมีการจัดงานประจำปีของวัด ในวันแรม 9 ค่ำ และ 10 ค่ำ เดือน 11 เป็นประจำทุกปี การเดินทาง ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-อำเภอโกรกพระ ห่างจากตัวที่ว่าการอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร

เขาหน่อ-เขาแก้ว อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์-กำแพงเพชร (ทางหลวงหมายเลข 1) ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 45 กิโลเมตร และจากตัวที่ว่าการอำเภอบรรพตพิสัยประมาณ 18 กิโลเมตร เขาหน่อเป็นเขาหินปูน มีวัดเขาหล่อตั้งอยู่เชิงเขา และมีบันไดขึ้นสู่ถ้ำบนยอดเขาบริเวณปากถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสทางชลมารคสายแม่น้ำปิง ได้ประทับแรมที่นี่ ต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์ บริเวณเชิงเขามีฝูงลิงจำนวนมาก คอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และเวลาเย็นจะมองเห็นฝูงค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามถ้ำพากันบินออกหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า ส่วนเขาแก้วอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ในเวลาเย็นจะมีฝูงค้างคาวออกหากินเช่นกัน
เมืองโบราณโคกไม้เดน อยู่ที่ตำบลท่าน้ำอ้อย มีโบราณวัตถุซึ่งแสดงถึงเมืองเก่าแก่สมัยสุโขทัย ได้แก่ ซากกำแพงเนินดิน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ขุดพบโบราณวัตถุเป็นรูปปั้นช้างพญาฉัททันต์ ซึ่งมีอายุกว่า 1,000 ปี คำว่า "โคกไม้เดน" เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ศิลปโบราณที่บ้านโคกไม้เดน เช่น รูปปั้นต่างๆ ได้ถูกนำออกแสดงที่ต่างประเทศ โดยนักโบราณคดีชาวอเมริกันและออสเตรเลีย คนสมัยเก่าเรียกบ้านโคกไม้เดนว่า "เมืองบน" สร้างขึ้นในสมัยทวาราวดี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-16 (พ.ศ. 1000-1500) ตัวเมืองบนมีลักษณะเป็นรูปรีคล้ายหอยสังข์ ขนาดยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 600 เมตร คล้ายกำแพงเมืองนครปฐม เมืองเสมาจังหวัดนครราชสีมา และเมืองพญาแร่จังหวัดชลบุรี

เมืองเก่าเวสาลี จากการสำรวจของกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.2511 พบว่าเป็นเมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมมน มีกำแพงดิน 2 ชั้น มีคูเมืองคั่นกลาง ขนาดเมืองยาวประมาณ 700 เมตร กว้าง 500 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวาราวดี บริเวณที่ตั้งชุมชนเป็นที่ราบลุ่มมีทางน้ำไหลผ่าน จากการขุดแต่งใน พ.ศ.2539 พบว่า โบราณสถานซึ่งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเมืองเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วยอุโบสถ มณฑป วิหาร เจดีย์ และผลจากการศึกษาหลักฐานชั้นดินทางโบราณคดี พบว่า ก่อนการสร้างโบราณสถาน กลุ่มเมืองเก่าเวสาลี แห่งนี้ ได้มีชุมชนตั้งหลักแหล่งอยู่ก่อนแล้ว เป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่งได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยทวาราวดี เมืองเวสาลีเคยเป็นเมืองหน้าด่านเล็กๆ ของกรุงละโว้ในดินแดนสุวรรณภูมิ ปรากฏหลักฐานซากวัตถุโบราณ เช่น พระปรางค์ หอสมุด และพระพุทธรูปฝีมือขอมโบราณ ราวปี พ.ศ.1100 ถึง 1400 ขอมได้มีอำนาจเจริญรุ่งเรืองในแคว้นสุวรรณภูมิ ตลอดทั้งในแคว้นโคตรบูร แคว้นโยนก และแคว้นทวาราวดี โดยมีกรุงละโว้ (ลพบุรี) เป็นราชธานี เมืองเวสาลีนี้ได้สร้างขึ้นในสมัยนั้น มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับกรุงสุโขทัย นครโยนก เมืองโอฆะบุรี และเมืองศรีเทพ โดยที่เมืองเหล่านี้ได้สร้างขึ้นไว้เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงละโว้ทั้งสิ้น ภายหลังเมืองเวสาลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงสุโขทัย และได้ถูกปล่อยร้างมาราว 400 ปี จนถึงปี พ.ศ.2199 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 28 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ เมืองละโว้ขึ้นเป็นราชธานีอีกแห่ง ให้ชื่อเมืองลพบุรี พระองค์ทรงดำริเห็นว่า หัวเมืองฝ่ายเหนือยังไม่สงบลงได้ง่าย เพราะมีพม่าคอยหนุนหลัง ประกอบเป็นที่ราบลุ่มทำนาข้าวได้ดี เหมาะแก่การที่จะตั้งกองรักษาด่านไว้เพื่อป้องกันข้าศึกทางฝ่ายล้านนา จึงได้การบูรณปฏิสังขรณ์เมืองเวสาลีขึ้นใหม่ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 3330 หากมาจากอำเภอตากฟ้า ให้เลี้ยวขวาที่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 27-28 (บ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ) ตรงหัวโค้งแรกจะมีทางตรงขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตรจะพบเมืองเก่า อยู่ทางขวามือ

รอยพระพุทธบาท มีรูปลักษณะเป็นแผ่นหินชนวนสีเขียวแกะสลัก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าลิไท แห่งกรุงสุโขทัย จากเอกสารที่มีผู้บันทึกไว้ทำให้ทราบว่า รอยพระพุทธบาทนี้ได้ถูกอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พร้อมกับผู้คน ที่เกณฑ์มาสร้างเมืองเวสาลี โดยได้นำไปประดิษฐานไว้บนยอดเขา แล้วสร้างวิหารครอบไว้ ภูเขาลูกนี้ คือที่ตั้งของวัดพระพุทธบาทตำบลสำโรงชัย ในปัจจุบัน พระครูนิมุตพัฒนาทรเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทที่บริเวณวัดอีกรอยหนึ่ง มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาทประทับอยู่บนแผ่นหิน สร้างมณฑปครอบไว้ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ส่วนยอด และมณฑปหลังนี้ยังได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นในปี พ.ศ.2537 จากสมาคมสถาปนิกสยาม และบริเวณทางเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุ สันนิษฐานว่าเป็นฐานเจดีย์เก่า การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับเมืองเก่า บ้านหนองไผ่-บ้านโคกเจริญ วัดพระพุทธบาทจะอยู่เลยจากทางแยกไปเมืองเก่าประมาณ 5 กิโลเมตร

แหล่งโบราณคดีวัดโพธิ์ประสาท ตำบลโพธิ์ประสาท สำรวจขุดค้นโดยกรมศิลปากร ช่วงปี พ.ศ.2519-2536 เป็นแหล่งค้นพบภาชนะเครื่องใช้ทั้งแบบโลหะและแบบดินเผาของคนโบราณ ซึ่งเป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่ได้มีการพัฒนาเข้าสู่การเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยทวาราวดี เครื่องใช้โลหะที่ขุดพบมีอายุกว่า 2,000 ปี อาทิ ใบหอกโบราณ จัดเป็นศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ ประเภทเครื่องใช้สอยดินเผา อาทิหม้อดินเผา ตะคัน หรือตะเกียง ลูกแวดินเผา และเครื่องประดับ อาทิ กำไลเปลือกหอย จัดเป็นศิลปสมัยทวารวดี อยู่ในช่วงประมาณ พุทธศตวรรษที่ 12-16 การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3330 หากมาจากอำเภอไพศาลี เลี้ยวขวาข้างตู้ยามบ้านโพธิ์ประสาท ระหว่างกิโลเมตรที่ 9-8

ป่าไพศาลี บริเวณเทือกเขาสอยดาวในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาคอกป่าเขาโลมนาง และป่าเขาสอยดาว เนื้อที่ประมาณ 38,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงชัน มียอดสูงสุด สูง 558 เมตร เป็นพื้นที่เขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และลพบุรี มีธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตกซับสมบูรณ์ใน สวนรุกขชาติ 100 ปี (กรมป่าไม้) และน้ำตกซับใหญ่ พิชิตยอดสอยดาว เขตบ้านเขาเขียว น้ำตกทั้งสองแห่งนี้ปกติจะมีน้ำเฉพาะในเดือน มิถุนายน และ ตุลาคม สภาพป่าที่นี่ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง และป่าทุ่งหญ้า จึงมีความหลากหลายทางระบบนิเวศเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านาชนิด เหมาะแก่การศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิ มีจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็น ทัศนียภาพกว้างไกล มีจุดพักแรมบนยอดสอยดาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ในช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมากจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทาย มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติจากน้ำตกซับสมบูรณ์ถึงน้ำตกซับใหญ่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มุ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้เกิดการเรียนรู้ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติ โดยมีระยะทางในการเดินป่า 7-15 กม. ใช้เวลาท่องเที่ยว 1-3 วัน ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของนักท่องเที่ยว ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมคือ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี สนใจติดต่อสวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ (ซับสมบูรณ์) หมู่ 6 ต.วังข่อย อ.ไพศาลี รายละเอียดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอำเภอไพศาลีติดต่อได้ที่ฝ่ายปกครองอำเภอไพศาลี โทร.0 5625 9272

พุทธศาสนสถานหลวงพ่อดำ หลวงพ่อดำ ประดิษฐานอยู่ที่วัดสระทะเล ตำบลโคกเดื่อ กรม ศิลปากรสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยมีอายุประมาณ 700 ปีเศษ แต่เดิมชาวบ้านพบพระพุทธรูปอยู่กลางป่าสามองค์ ปัจจุบันเหลือเพียงองค์เดียว เรียกขานตามกันว่า หลวงพ่อดำ วัดสระทะเล การเดินทาง หากมาตามทางหลวงหมายเลข 11 จากอำเภอหนองบัวเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3004 ตรงมาประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดโคกเดื่อประมาณ 2 กิโลเมตร

หมายเหตุ สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอไพศาลี ได้ที่ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว อำเภอไพศาลี โทร. 0 5625 9272

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์มากที่สุดตั้งแต่จังหวัดตากจนถึงจังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ พื้นที่ทิศเหนือของอุทยานฯติดกับอุทยานแห่งชาติคลองลาน ทิศใต้ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี และทิศตะวันตกติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2530 ป่าส่วนใหญ่ของอุทยานฯประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่ามากมาย เช่น สัก ประดู่ มะค่าโมง ยางแดง เต็ง รัง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายาก เช่นช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่างๆ มากกว่า 305 ชนิด จาก 53 วงศ์ ซึ่งนกบางชนิดพบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย เช่น นกกระเต็นขาวดำใหญ่ นกเงือกคอแดง นกกางเขนดง นกโพระดกหูเขียว นกพญาปากกว้างหางยาว เป็นต้น ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาโมโกจู ซึ่งยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในผืนป่าตะวันตกด้วย ห่างจากที่ทำการประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นยอดเขาที่นักนิยมการท่องเที่ยวแบบเดินป่า ปีนเขา ต้องการที่จะไปเยือนสักครั้ง ด้วยความสูง 1,964 เมตร คำว่า "โมโกจู" เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า เหมือนฝนจะตก เนื่องจากบนยอดเขามัถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก และมีอากาศหนาวเย็นตลอดเวลา ผู้สนใจจะไปสัมผัสยอดเขาโมโกจู ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายเพราะจะต้องขึ้นเขาที่มีความลาดชันไม่ต่ำกว่า 60 องศา ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ 5 วัน และต้องพักแรมในป่าตามจุดที่กำหนด นอกจากนั้นควรศึกษาสภาพเส้นทาง สภาพอากาศ และติดต่อ เจ้าหน้าที่นำทางก่อน จากทางอุทยานฯ ก่อนตัดสินใจจะไปสัมผัส "โมโกจู" ช่วงที่จะเปิดให้เดินขึ้นยอดเขาโมโกจู ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯมีอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ได้แก่ ช่องเย็น ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นทั้งปี และยังเป็นจุดดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง พบนกหายาก เช่น นกเงือกคอแดง นกภูหงอนพม่า นกพญาปากกว้างหางยาว นกหัวขวานใหญ่หงอนเหลือง เป็นต้น แก่งผานางคอย น้ำตกนางนวล แก่งลานนกยูง บ่อน้ำอุ่น และ จุดชมวิว เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยว ที่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ น้ำตกแม่เรวา (น้ำตกแม่ลีวา) มีความสูงประมาณ 200 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 5 ชั้น น้ำไหลเกือบตลอดปี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง หนังสืออาเซียน แม็กกาซีน พ.ศ. 2518 ยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในเอเชีย น้ำตกแม่กระสา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 9 ชั้น ความสูง 900 เมตร เกิดจากธารน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ป่าตอนบนของแนวเทือกเขาถนนธงชัยมาบรรจบกัน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 30 กิโลเมตร การเดินทาง ต้องเดินเท้าเข้าไปใช้ระยะเวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 3-4 วัน น้ำตกแม่กี เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับน้ำตกแม่เรวา และน้ำตกแม่กระสา มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาถนนธงชัย การเข้าไปยังน้ำตกต้องเดินเท้าไปกลับประมาณ 3-4 วัน

หมายเหตุ การเดินทางไปยังน้ำตกแต่ละแห่งต้องติดต่อคนนำทางจากที่ทำการอุทยานฯก่อนทุกครั้ง

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริการที่พักในบริเวณที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ถ.คลองลาน-อุ้มผาง กิโลเมตรที่ 65 อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โทร. 0 5671 9010-1 หรือ ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ โทร. 0 2579 7223, 02579 5734 การเดินทาง ใช้ได้สองเส้นทาง ได้แก่
1) จากนครสวรรค์ใช้เส้นทางสายนครสวรรค์-ลาดยาว-คลองลาน หมายเลข 1072 แล้วเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ตามทางหลวงหมายเลข 1117 (คลองลาน-อุ้มผาง) กิโลเมตรที่ 65
2) สายกรุงเทพฯ - นครสวรรค์ - โค้งวิไล - คลองลาน - เข้าสู่อุทยานฯ ตามทางหลวงหมายเลข 1117 (คลองลาน - อุ้มผาง) รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ประมาณ 386 กิโลเมตร

ทุ่งหินเทิน ตั้งอยู่ที่ วัดทุ่งหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลปางสวรรค์ กิ่งอำเภอแม่วงก์ ลักษณะเป็นกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ ตั้งซ้อนกันเป็นกลุ่มๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ บางก้อนมีลักษณะพิเศษ ด้วยการตั้งซ้อนสัมผัสกันเพียงเล็กน้อย นับเป็นสวนหินธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา การเดินทาง จากนครสวรรค์ ใช้ทางหลวงหมายเลข3504 จะพบพบทางเข้าวัดอยู่ทางด้ายซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 24-25

กิจกรรมท่องเที่ยว
ค่ายจิรประวัติ ตั้งอยู่ที่อ.เมือง เปิดให้บุคคลภายนอกใช้สนามกอล์ฟจิระประวัติซึ่งเป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม พาร์ 72 สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5625 5551 ต่อ 11 ทุกวันระหว่างเวลา 08.30-17.00 น. นอกจากนี้ยังมีสนามจักรยานเสือภูเขารวมทั้งมีจักรยานให้เช่ารวมทั้งเจ้าหน้าที่แนะนำวิธีขับเบื้องต้น สอบถามรายละเอียดโทร. 0 5625 5141 ภายในค่ายยังมี พิพิธภัณฑ์ มทบ.31 จัดแสดงอาวุธโบราณ และภาพเหตุการณ์สำคัญทางทหารเป็นต้น และยังมีกิจกรรมกระโดดหอ ไต่หน้าผา รายละเอียดติดต่อค่ายจิระประวัติ โทร. 0 5625 5348 ในเวลาราชการ 08.30-16.30 น. การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 32 หากมาจากกรุงเทพจะอยู่ฟากซ้ายมือ ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 240 กิโลเมตร


 
 
Google
 
ทัวร์-ไทย ดอท เน็ต
www.tour-thai.net เว็บเดียว เที่ยวทั่วไทย
 
 ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นอย่างสูงที่สนับสนุนข้อมูลท่องเที่ยว ; © 2007-2009 tour-thai.net All right reserved.