www.Tour-Thai.net

English Version
Set หน้าแรก


 
โลโก้ ในหลวง
Tour-Thai.Net
Hot Zone !
       ไฮไลท์
       ภาพเด็ด วิวสวย
       แหล่งท่องเที่ยว
       โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก
       ร้านอาหารอร่อย
       ท่องราตรี Night Life
 
โรงแรม ที่พัก ทั่วไทย
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคเหนือ
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคกลาง
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคใต้
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคตะวันออก
     โรงแรม รีสอร์ท ภาคอีสาน
 
ท่องเที่ยวทั่วไทย 76 จังหวัด
ภาคตะวันออก
   ระยอง
 ชลบุรี

 จันทบุรี
 ตราด
ภาคเหนือ
  เชียงใหม่
เชียงราย
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก

เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี

ภาคกลาง
  กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม

นนทบุรี
ปทุมธานี

ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
อยุธยา
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อ่างทอง
ภาคใต้
  ภูเก็ต
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา

พัทลุง
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  กาฬสินธุ์
ขอนแก่น

ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์

มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ

สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี

 


สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่



           สถานที่ท่องเที่ยว กระบี่
เขาแหลมหญ้า เสม็ด
 อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา -
หมู่เกาะพีพี

บี่ มีพื้นที่ 242,437 ไร่ เป็นพื้นน้ำประมาณ
200,849 ไร่ มีป่าไม้ 3 ประเภท คือ
ป่าดงดิบชื้น พบเห็นได้บริเวณเขา
สูงชันบริเวณเขาหางนาค
เขาอ่าวนาง ป่าชายเลน ...



เขาขนาบน้ำ อำเภอเมือง จ.กระบี่
เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเช่าเรือหางยาว
ที่ท่าเรือเจ้าฟ้า


ู่เกาะลันตา
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

ในอำเภอเกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะต่างๆ
ที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตาน้อย เกาะตะเล็งเบ็ง และเกาะใกล้เคียง
รวมไปถึงหมู่เกาะห้า หมู่เกาะรอก และเกาะไหง


ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ
อำเภอเมือง จ.กระบี่

ตั้งอยุ่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง
อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม เป็นแหล่งศึกษาเชิงนิเวศวิทยา
เพื่อเรียนรุ้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ




 

พิจิตร

วัดท่าหลวง เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพิจิตร อยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ใกล้ศาลากลางจังหวัด วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร ตามประวัติเล่าว่า พระพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่เมืองพิจิตร ในโอกาสที่ทัพกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางผ่านเมืองพิจิตรเพื่อไปปราบขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่า เมื่อปราบขบถเสร็จแล้วให้หาพระพุทธรูปมาฝาก ดังนั้น เมื่อเสร็จศึกแล้ว แม่ทัพนั้นจึงได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชรลงแพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ ต่อมาจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน พระอุโบสถจะเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อเพชรได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

บึงสีไฟ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปบึงสีไฟถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ พิจิตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อ พ.ศ. 2527 มีเนื้อที่ประมาณ 170 ไร่ เป็นสวนพักผ่อนริมบึงสีไฟ มีสะพานทอดลงน้ำสู่ศาลาใหญ่ นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารปลาและชมอาทิตย์อัสดง

รูปปั้นพญาชาละวัน เป็นรูปปั้นจระเข้อยู่ด้านหน้าบึงสีไฟ ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ภายในตัวจระเข้นี้ทำเป็นห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่งสถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ลักษณะอาคารเป็นรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลามากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้นบริเวณส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องสำหรับ ชมปลาและให้อาหารปลา ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม วันธรรมดาเวลา 09.00-18.00 น. วันหยุดราชการ เวลา 09.00-19.00 น.

ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ ที่ชาวบ้านผลิตขึ้นเอง เช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง มะขาวแก้วสี่รส ฯลฯ เปิดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวันเว้นวันจันทร์ โดยจะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.

วัดโรงช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลโรงช้างทางทิศใต้ของตัวเมือง การเดินทางใช้เส้นทางพิจิตร-สามง่าม-วังจิก (ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 5 วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพระยาโคตรบองขึ้นครองราชย์ สถานที่แห่งนี้เรียกว่า "กองช้าง" เพราะเป็นที่พักของกองช้าง ต่อมาได้เรียกกันเพี้ยนไปเป็น "คลองช้าง" จนกระทั่งทางราชการได้เปิดโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่วัดนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดโรงช้าง" บริเวณวัดโรงช้างมีพระพุทธรูปใหญ่อยู่กลางแจ้ง 3 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปางห้ามญาติ และปางไสยาสน์ สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือเจดีย์องค์ใหญ่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2517 บริเวณรอบองค์เจดีย์จะมีตู้พระไตรปิฎก จำนวน 108 ตู้เพื่อที่จะให้ประชาชนทั่วไปได้ทำบุญใส่ตู้เพื่อเป็นสิริมงคล และภายในองค์เจดีย์ได้สร้างเป็นห้องลับใต้ดินเพื่อใช้สำหรับเก็บแผ่นอิฐจารึกพระไตรปิฎกจำนวน84,000พระธรรมขันธ์ โดยได้เล็งเห็นและสันนิษฐานว่า ในอนาคตอาจมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเช่น สงครามนิวเคลียร์ซึ่งอาจทำให้พระไตรปิฏกสูญหายจากโลกได้

อุทยานเมืองเก่าพิจิตร เป็นที่ตั้งของเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ ประกอบด้วยซากโบราณสถาน อาทิ กำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 ทำให้ภายในบริเวณอุทยานฯ แห่งนี้ได้จัดเป็นสวนรุกขชาติมีต้นไม้ร่มรื่นหลายชนิดเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

วัดนครชุม ตั้งอยู่บนถนนสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก (ทางหลวงหมายเลข 1068) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 9 วัดนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุราว 800 ปี ด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเก่าแก่มาก ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้โดยใช้สลักไม้แทนตะปู มีช่องระบายลมแทนหน้าต่าง พระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดท่าหลวง ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลักษณะแบบสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปที่ใช้เป็นประธานในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยก่อน

วัดหัวดง ตั้งอยู่หมู่ 7 ตำบลหัวดง ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2413 ผูกพัทธสีมาครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2468 มีเนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อวันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 ได้พบพระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว เนื้อนวโลหะ(ทองเหลือง)แทรกขึ้นมาที่ต้นอินทนิลซึ่งมีอายุประมาณ 20 ปีเศษ หลวงพ่อเงินเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังประชาชนเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก

วัดเขารูปช้าง อยู่ตำบลดงป่าคำ ตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร มีเจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสำริดและที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง

วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242-2244 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี (ขุนหลวงสรศักดิ์หรือพระพุทธเจ้าเสือ) พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์ วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำพิจิตรเก่า หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งกล่าวกันว่ามีอายุกว่า 200 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือประมาณ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึก ข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย การเดินทาง วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามถนนสายพิจิตร-วังจิก (ทางหลวงหมายเลข1068) ประมาณ กม.ที่ 12-13 เลี้ยวแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1300 ตรงไปสุดทางเลี้ยวซ้ายวัดโพธิ์ประทับช้างจะอยู่ทางขวามือ

พระพุทธเกตุมงคล หรือ หลวงพ่อโตตะพานหิน วัดเทวาปราสาท เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร สูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อปี พ.ศ.2508 เสร็จปี พ.ศ. 2513 นับเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสวยงามได้สัดส่วนและใหญ่ที่สุดของจังหวัดพิจิตร หากเดินทางโดยรถไฟจะมองเห็นองค์พระเหลืองอร่ามแต่ไกล ทางเข้าวัดอยู่บริเวณเชิงสะพานแม่น้ำน่าน

วัดพระพุทธบาทเขารวก ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลวังหลุม อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินไปประมาณ 10 กิโลเมตรไปทางบ้านเขาทรายเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านเขารวกประมาณ 6 กิโลเมตร ภายในวัดมีรอยพระพุทธบาท ซึ่งจำลองมาจากวัดพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี และมีพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์โง่น โสรโย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างพระพุทธวิโมกข์ปางสมาธิมอบให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลองที่ทำด้วยไม้ประดู่ใหญ่มาก และรูปปั้นฤาษีอายุ 1,000-1,500 ปี สร้างด้วยหินศิลาแลงจากลุ่มแม่น้ำเขิน ภายในวัดยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมีสัตว์หลายชนิดให้ชมและศึกษาหาความรู้อีกด้วย

วัดทับคล้อ (สวนพระโพธิ์สัตว์) ตั้งอยู่ตำบลทับคล้อ ภายในมีสถานที่สำหรับปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีความสวยงาม เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" และพระตำหนักรับรอง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536

วัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน เดิมมีชื่อว่า "วัดวังตะโก" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือโบราณวัตถุต่างๆ ที่ทางวัดได้สะสมไว้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุที่มีผู้นำมาถวาย เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พิพิธภัณฑ์นครไชยบวร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์รูปมณฑป 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ รู้จักและเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่งที่เคยจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ เปิดให้ประชาชนนมัสการระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5666 9030-1 การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1067 เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร

วัดห้วยเขน ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยเขน อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายบางมูลนาก-วังงิ้ว ภายในวัดมีโบสถ์เก่าซึ่งกรม ศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับเรื่องพุทธประวัติเรื่องรามเกียรติ์ เป็นภาพของเก่าโบราณที่ยังไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมใดๆ

วัดท่าช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินมะกอก อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดมีมณฑปหลวงพ่อหินที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง พระพุทธรูปสลักด้วยหินทราย การเดินทาง จากตัวอำเภอบางมูลนาก ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1118

บริษัท ฟาร์มพิจิตรไทยปศุสัตว์ จำกัด ตั้งอยู่ตำบลวังงิ้ว ห่างจากกิ่งอำเภอไปตามทางหลวงหมายเลข 1069 ประมาณ 14 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวขวาไปฟาร์มฯ เป็นทางลาดยาง รพช. ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงฟาร์ม ภายในฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศไว้ประมาณ 1,800 ตัว ซึ่งมีการนำพันธุ์มาจากแอฟริกาใต้ นกกระจอกเทศนี้สามารถนำเนื้อมาประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ หนังใช้ทำกระเป๋า ขนใช้ทำเครื่องประดับ ไขมันใช้ทำเครื่องสำอาง กระดูกใช้ทำลูกปัดฯลฯ นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ ฟาร์ม ยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้และนกยูงรวมทั้งมีร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการโดยมีอาหารจานเด็ดเช่น เนื้อนกกระจอกเทศและไวน์ ชาโต้ เดอชาละวัน ฟาร์มฯนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. โทร. 0 5660 1004-5 โทรสาร 0 5660 1006

 
 
Google
 
ทัวร์-ไทย ดอท เน็ต
www.tour-thai.net เว็บเดียว เที่ยวทั่วไทย
 
eXTReMe Tracker
 ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นอย่างสูงที่สนับสนุนข้อมูลท่องเที่ยว
© 2007 tour-thai.net All right reserved.